ออฟฟิศยุคใหม่ เปลี่ยนโซน 'Lobby' ให้กลายเป็น 'Co-working' น่าทำงาน
ยกระดับภาพลักษณ์องค์กรด้วยการออกแบบออฟฟิศยุคใหม่ เปลี่ยน Lobby เดิมๆ ให้กลายเป็น Co-working Space ที่มีชีวิตชีวา ใช้งานได้จริง
โซน Lobby ของหลายองค์กรยังคงเต็มไปด้วยภาพจำที่คุ้นตา โซฟาหนังแข็งทรงสี่เหลี่ยม โต๊ะกลางวางนิตยสารเก่า และความเงียบที่ทำให้พื้นที่ดูเป็น “Dead Space” มากกว่าพื้นที่ต้อนรับ เมื่อต้องต้อนรับคนรุ่นใหม่อย่าง First Jobber หรือ Gen Z พื้นที่เหล่านี้กลับกลายเป็น “คำตัดสิน” ว่าองค์กรเชย ขาดความยืดหยุ่น และไม่เปิดกว้างต่อไลฟ์สไตล์การทำงานสมัยใหม่ Lobby แบบเดิมกำลังกลายเป็นพื้นที่ที่ไล่แขก และอาจไล่ Talent โดยไม่รู้ตัว แนวคิด Active Lobby หรือ Working Lounge จึงเป็นหัวใจของการออกแบบออฟฟิศยุคใหม่ ที่ยกระดับพื้นที่ต้อนรับให้กลายเป็นพื้นที่ทำงานที่มีชีวิตจริง เปลี่ยนจาก “ที่รอ” เป็น “ที่ทำงาน” ที่ตอบโจทย์ทั้งพนักงาน แขก ลูกค้า และคนรุ่นใหม่ที่คาดหวังประสบการณ์ที่ทันสมัยกว่าเดิม
ทำไม Lobby ถึงต้องกลายเป็น Co-working Space
การเปลี่ยน Lobby ให้เป็น Co-working ไม่ใช่แค่เรื่องของดีไซน์ แต่เป็นกลยุทธ์ด้าน office room design ที่เพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ เริ่มจากมุมมองเรื่อง Maximize Real Estate พื้นที่ที่เคยเป็นเพียงโซนรอซึ่งไม่ได้ถูกใช้งานตลอดเวลา ถูกปรับให้เป็น Active Zone ที่ใช้ทำงานได้จริง ช่วยเพิ่มคุณค่าพื้นที่สำนักงานโดยไม่ต้องขยายพื้นที่เพิ่ม สิ่งนี้ยังทำให้ Lobby กลายเป็น Culture Statement ที่ประกาศอัตลักษณ์องค์กรแบบไม่ต้องเอ่ยคำใด เป็นภาพลักษณ์ที่สะท้อนความ Modern ความ Flexible และวัฒนธรรม Collaborative ที่กำลังเป็นหัวใจสำคัญของ office design interior ยุคนี้
สำหรับการดึงดูด Talent โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ พื้นที่ที่มี Wow Effect ตั้งแต่ก้าวแรกคือข้อได้เปรียบสำคัญ Lobby ที่ดีไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ต้อนรับ แต่ควรทำให้ผู้สมัครงานรู้สึกว่า “อยากทำงานที่นี่” โดยไม่ต้องเปิด JD ด้วยซ้ำ ในเวลาเดียวกันพนักงานภายในเองก็ได้รับประโยชน์จากพื้นที่ Third Place ที่ใช้สลับบรรยากาศจากโต๊ะประจำได้อย่างสะดวก ทั้งการคุยงานแบบไม่เป็นทางการ การนั่งทำงานระหว่างรอประชุม หรือการพักสมองเล็กๆ ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นหัวใจของการออกแบบออฟฟิศยุคใหม่ในแบบที่ทั้งองค์กรสามารถใช้งานได้จริงทุกวัน
เฟอร์นิเจอร์ Hybrid Space เปลี่ยน Lobby ให้น่าทำงานได้อย่างไร
การปรับ Lobby ให้เป็นพื้นที่ทำงานไม่ได้จบแค่การย้ายโต๊ะหรือเพิ่มเก้าอี้ แต่คือการสร้างบรรยากาศที่เหมาะสม การเลือกเฟอร์นิเจอร์จึงเป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะชุด Lounge Seating จากคอลเลกชัน Hybrid Space ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานหลายรูปแบบในหนึ่งพื้นที่
เริ่มจากการสร้าง Collaboration Pods มุมคุยงานต้อนรับที่ผสานโซฟาและ Lounge Chair เข้ากับ Coffee Table เพื่อสร้างพื้นที่กึ่งส่วนตัว เหมาะสำหรับการรับแขก การคุยงานด่วน หรือให้ทีมย่อยทำ Huddle Meeting ได้ทันที ลักษณะมุมนี้ช่วยทำให้ Lobby ดู Friendly และพร้อมใช้งานมากขึ้น
ต่อมาคือ Touchdown Bench จุดแวะทำงานด่วนที่ประกอบด้วย Bench จับคู่กับ Side Table รองรับสไตล์การทำงานของ Gen Z และผู้มาติดต่อที่ต้องการที่นั่งเพื่อเสียบปลั๊ก เปิดโน้ตบุ๊ก และทำงานในเวลาไม่กี่นาทีโดยไม่ต้องเข้าห้องประชุม ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความไม่เป็นทางการให้พื้นที่
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือ Focus Corner มุมสำหรับการมีสมาธิที่ใช้ Lounge Chair ดีไซน์โอบล้อม 1–2 ตัวในจุดที่สงบ เหมาะสำหรับการอ่านเอกสาร พักรอ หรือทำงานที่ต้องใช้ความสงบ แม้จะเป็น Lobby แต่ก็ควรมีพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกผ่อนคลายและมีความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง
Checklist ที่ขาดไม่ได้ ถ้าจะทำ Lobby Co-working
องค์ประกอบพื้นฐานที่มองข้ามไม่ได้คือระบบ Power & Connectivity ที่ต้องเข้าถึงง่ายและสะดวก ทั้งปลั๊กไฟและ USB Port ที่อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะนั่งบนโซฟา Bench หรือมุมใดในพื้นที่ ว่ากันว่าหากปลั๊กอยู่ไกลเกินไป Co-working ที่ดีจะล้มเหลวตั้งแต่ต้น นอกจากนี้การเลือกเฟอร์นิเจอร์ต้องเน้นความสามารถในการทำงาน ไม่ใช่ความสวยเพียงอย่างเดียว เช่น โซฟาที่นั่งแล้วไม่จม หรือ Coffee Table ที่สูงพอให้วางโน้ตบุ๊กได้สบาย
แสงสว่างที่ดีคืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ แสงไม่ควรสลัวเกินไปจนใช้ทำงานไม่ได้ แต่ควรสว่างในระดับที่ทำให้อ่านเอกสารหรือใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างสบายตา การผสมผสานแสงธรรมชาติกับแสงไฟที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่ม Productivity และความรู้สึกสบายขณะใช้งาน ปิดท้ายด้วย Amenities อย่าง Coffee Bar ที่ช่วยเติมบรรยากาศ Co-working ให้สมบูรณ์แบบ ทำให้ Lobby กลายเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยากใช้ ไม่ใช่แค่ทางผ่าน
คำถามที่พบบ่อย
1. ทำไมต้องเปลี่ยน Lobby ให้เป็น Co-working Space?
เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ สร้างภาพลักษณ์ทันสมัย และตอบโจทย์การทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ยืดหยุ่นและใช้งานได้จริง
2. เฟอร์นิเจอร์แบบไหนเหมาะสำหรับ Active Lobby?
ชุด Lounge Seating, Bench, Coffee Table และ Lounge Chair ดีไซน์โอบล้อม ช่วยให้รองรับทั้งการคุยงาน ทำงานด่วน และนั่งพักได้ในพื้นที่เดียว
3. ต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมนอกจากเฟอร์นิเจอร์?
ควรมีปลั๊กไฟและ USB Port ที่เข้าถึงง่าย แสงที่เหมาะสำหรับทำงาน และจุดเครื่องดื่มหรือ Coffee Bar เพื่อเติมบรรยากาศ Co-working ให้สมบูรณ์

สรุป
Lobby ในออฟฟิศยุคใหม่ไม่ใช่เพียงโซนต้อนรับอีกต่อไป แต่กลายเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมผู้คนเข้าหากัน สร้างประสบการณ์แรกที่ประทับใจ และเป็นพื้นที่ทำงานที่ตอบโจทย์สไตล์การทำงานหลากหลาย การออกแบบ Lobby ให้เป็น Co-working Space คือการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะช่วยทั้งยกระดับภาพลักษณ์องค์กรและมอบพื้นที่ทำงานที่ดีขึ้นให้พนักงาน หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการเปลี่ยน Lobby แบบเดิมให้กลายเป็น Active Lobby ที่มีชีวิต ลองค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ จากคอลเลกชัน Hybrid Space ของ Modernform ที่พร้อมปลุกทุกพื้นที่ให้ใช้งานได้จริงและน่าทำงานมากกว่าเดิม
