ออกแบบออฟฟิศยุคใหม่: สร้าง Vibe 'ผ่อนคลาย' แต่ 'ทำงาน'

เปลี่ยนออฟฟิศเก่าๆ ให้เป็นพื้นที่ที่ Gen Z อยากมา! ค้นพบเทคนิคออกแบบออฟฟิศยุคใหม่ด้วยเฟอร์นิเจอร์ Hybrid Space ที่เบลนด์ความรู้สึก “บ้าน” เข้ากับ “ที่ทำงาน”

ออกแบบออฟฟิศยุคใหม่ สร้าง Vibe ผ่อนคลาย

ลองนึกภาพออฟฟิศที่คุ้นตาในความทรงจำของหลายคน: โต๊ะทำงานเรียงแถวเป็นระเบียบ พาร์ติชันสูงทึบกั้นเป็นช่องเล็กๆ ผนังสีเทา-ขาวล้วน ไฟสว่างจ้าแต่เย็นชา บรรยากาศเงียบจนได้ยินเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดของเพื่อนร่วมงานข้างๆ ชัดเจน นี่คือภาพจำของ “office design interior” แบบดั้งเดิมที่เคยได้ผลเมื่อ 20 ปีก่อน แต่กับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่เติบโตมาท่ามกลางร้านกาแฟ Co-working Space และการทำงานจากบ้าน พวกเขามองหาสภาพแวดล้อมที่ “เลือก Vibe เองได้” เมื่อถูกบังคับให้อยู่ในออฟฟิศที่ตึงเครียด ความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพจึงลดลงอย่างเห็นได้ชัด เทรนด์การออกแบบออฟฟิศยุคใหม่จึงหันมาโฟกัสที่การสร้าง “Vibe ผ่อนคลายที่ยังคงประสิทธิภาพการทำงาน” หรือ Relaxed Productivity ด้วยการหยิบเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านจากคอลเลกชัน Hybrid Space มาผสมผสานเข้ากับฟังก์ชันการทำงานอย่างชาญฉลาด

Vibe ผ่อนคลาย ไม่ได้แปลว่า “อู้งาน” แต่คือการปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริง

หลายองค์กรยังเข้าใจผิดว่าการทำให้ออฟฟิศ “ผ่อนคลาย” คือการยอมให้พนักงานนอนเล่นโทรศัพท์ทั้งวัน แต่แท้จริงแล้ว ความผ่อนคลายในบริบท office room design ยุคใหม่หมายถึงการลดแรงกดดันที่ไม่จำเป็น ลดความรู้สึกถูกจับตามองตลอดเวลา เพิ่มความสบายทางร่างกาย และให้อิสระในการเลือกอิริยาบถกับสถานที่ทำงาน เมื่อสมองไม่ต้องต่อสู้กับความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น มันจะเปิดรับไอเดียใหม่ๆ ง่ายขึ้น สามารถคิดงานเชิงลึกได้นานขึ้น และกล้าพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่บริษัทชั้นนำทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนมาใช้แนวคิด Relaxed Productivity เพราะมันไม่ได้แค่ทำให้พนักงาน “มีความสุข” แต่ทำให้ “ผลงานดีขึ้น” อย่างวัดผลได้จริง

เฟอร์นิเจอร์ Hybrid Space ตัวช่วยสร้าง Vibe “Relax & Work” ที่ลงตัว

การสร้าง Vibe ใหม่ไม่ได้เริ่มที่การทาสีผนัง แต่เริ่มที่ “เฟอร์นิเจอร์” เพราะเฟอร์นิเจอร์คือสิ่งแรกที่ส่งสัญญาณทางอารมณ์ให้พนักงาน คอลเลกชัน Hybrid Space จาก Modernform ถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะโซฟา คือหัวใจของ Collaboration Hub โซฟาขนาดใหญ่บุผ้านุ่มในโทนสีอบอุ่น วางคู่กับโต๊ะกาแฟท็อปไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้านทันทีที่เห็น พนักงานจะกล้าเดินมานั่งรวมกลุ่ม กล้าโยนไอเดียแบบไม่เกร็ง เพราะไม่มี “หัวโต๊ะ” ไม่มีลำดับชั้น ส่งผลให้การ brainstorm มีชีวิตชีวาและรวดเร็วกว่าการนั่งประชุมในห้องทึบหลายเท่า

ออกแบบออฟฟิศยุคใหม่ สร้าง Vibe ผ่อนคลาย

เก้าอี้พักผ่อนหรือ Lounge Chair คือพระเอกของ Focus Nook มุมกึ่งส่วนตัวที่ให้ทั้งความเป็นส่วนตัวและความสบายสูงสุด ด้วยเบาะบุหนา โครงสร้างโค้งรับสรีระ และที่วางแขนกว้าง พนักงานสามารถนั่งอ่านรีพอร์ต คิดกลยุทธ์ หรือแม้แต่หลับตาพักสมอง 10 นาทีเพื่อรีเซ็ตความคิด โดยไม่รู้สึกเหมือนกำลัง “ขโมยเวลา” เพราะพื้นที่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อ Deep Work โดยเฉพาะ

ม้านั่งยาวหรือ Bench คือตัวแทนของความยืดหยุ่นสูงสุด วางเรียงตามทางเดินหรือริมหน้าต่าง ให้พนักงานแวะมานั่งคุยงานด่วน 5 นาที เช็กอีเมล หรือแม้แต่ยืนพิงคุยโทรศัพท์โดยไม่ต้องเดินกลับไปนั่งโต๊ะประจำ ความไม่เป็นทางการนี้เองที่ทำให้เกิดการสื่อสารงานแบบกระทันหันที่มีคุณค่ามากกว่าการนัดประชุมเป็นชั่วโมง


3 เทคนิคออกแบบออฟฟิศยุคใหม่ ให้ผ่อนคลายแต่ยังคงความเป็นมืออาชีพ


1. การแบ่งโซนด้วยสีและวัสดุอย่างชาญฉลาด  

ใช้เฟอร์นิเจอร์ Hybrid Space ที่มีผ้าและสีสันอบอุ่น (เอิร์ธโทน เทาอ่อน ครีม เขียวมะกอก) ในโซนพักผ่อนและ collaboration เพื่อสร้างความรู้สึก “บ้าน” ตัดกับโซนโต๊ะทำงานหลักที่ยังคงใช้วัสดุแข็งอย่างลามิเนตหรือโลหะสีเข้ม การตัดกันของวัสดุจะช่วยให้สมองแยก Vibe ได้โดยอัตโนมัติ


2. การจัดแสงที่สอดคล้องกับกิจกรรม  

โซนโต๊ะทำงานหลักใช้แสงขาวเย็น เพื่อความตื่นตัว ส่วนโซน Hybrid Space ใช้แสงนวแสงนวลอุ่นจากโคมไฟตั้งพื้นหรือไฟซ่อนฝ้า ทำให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลายทันทีที่ย้ายมาพื้นที่นี้


3. การแบ่งพื้นที่แบบโปร่งด้วยตัวเฟอร์นิเจอร์เอง  

ไม่ต้องก่อผนังทึบ ใช้โซฟาตัวใหญ่หรือม้านั่งยาววางในแนวตั้งฉากเป็น Visual Barrier แยกโซนโดยไม่ทำให้ออฟฟิศดูแคบ พนักงานยังมองเห็นกันได้ทั่วถึง (ลดความรู้สึกถูกกักขัง) แต่ก็มีเขตส่วนตัวชัดเจน


คำถามที่พบบ่อย


การมีโซฟาในออฟฟิศจะทำให้พนักงานอู้งานมากขึ้นไหม?

ตอบ: ตรงกันข้าม งานวิจัยหลายชิ้น (รวมถึงจาก Harvard Business Review) พบว่าเมื่อพนักงานมีความสบายทางกายและจิตใจสูง ความเครียดลดลง ความคิดสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมกับงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งสำคัญคือต้องมี “กฎระเบียบที่ชัดเจน” และ “วัฒนธรรมองค์กร” ที่ส่งเสริมการรับผิดชอบตนเองควบคู่กันไป


ออฟฟิศขนาดเล็กสามารถใช้แนวคิด Hybrid Space ได้หรือไม่?  

ตอบ: ได้แน่นอน! แม้ออฟฟิศเพียง 100 ตร.ม. ก็สามารถจัดมุมโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งคู่โต๊ะกาแฟเล็กๆ กับม้านั่งติดผนังได้ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสัดส่วนกะทัดรัดแต่ยังคงความสบายสูงจากคอลเลกชัน Hybrid Space จะช่วยให้พื้นที่เล็กๆ ดูโปร่งและใช้งานได้หลากหลาย


งบประมาณเท่าไหร่ถึงจะเริ่มทำออฟฟิศสไตล์นี้ได้?

ตอบ: สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักแสนต้นๆ เพียงแค่เปลี่ยนโซนพักผ่อนด้วยโซฟา 1-2 ตัว เก้าอี้พักผ่อน 1-2 ตัว และม้านั่งยาว 1-2 ตัว จากนั้นค่อยๆ ขยายตามงบประมาณ เพราะเฟอร์นิเจอร์ Hybrid Space ถูกออกแบบมาให้ “ใช้ได้ยาว” และ “ปรับเปลี่ยนเลย์เอาต์ได้ง่าย” ในอนาคต

ออกแบบออฟฟิศยุคใหม่ สร้าง Vibe ผ่อนคลาย

สรุป

การออกแบบออฟฟิศยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่าง “ประสิทธิภาพ” จากโต๊ะทำงานแบบดั้งเดิม และ “แรงบันดาลใจ-ความผ่อนคลาย” จากโซน Hybrid Space เมื่อพนักงานรู้สึกเหมือน “ได้มาบ้านอีกหลังที่สอง” ที่พร้อมทำงานเต็มที่ พวกเขาจะเลือกมาออฟฟิศเองโดยไม่ต้องบังคับ และนั่นคือสินทรัพย์ที่ทรงพลังที่สุดในการดึงดูดและรักษาคนเก่งรุ่นใหม่ไว้กับองค์กร

หากคุณพร้อมเปลี่ยนออฟฟิศให้เป็นพื้นที่ที่ “ใจอยากมา” ลองมาค้นหาเฟอร์นิเจอร์ที่ใช่สำหรับคุณด้วยคอลเลกชัน Hybrid Space จาก Modernform แล้วคุณจะเห็นความแตกต่างที่วัดผลได้ทั้งในรอยยิ้มของพนักงานและตัวเลขผลประกอบการ

Explore Products

จัดพื้นที่ Hybrid Workplace อย่างไรให้ลงตัว

Next Inspired

สมดุลออฟฟิศ Hybrid Working 'โต๊ะ' โฟกัส 'โซฟา' สร้างสรรค์

เลือกพื้นที่ทำงานให้ถูกจริต จัดพื้นที่ Hybrid Workplace อย่างไรให้ลงตัว ระหว่างการจัดโต๊ะทำงานออฟฟิศเพื่อโฟกัส กับมุมโซฟาเพื่อความคิดสร้างสรรค์

Discover
แชร์