การประเมินจัดลำดับของผู้มีส่วนได้เสีย
การจัดการผู้มีส่วนได้เสียและการวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ (Stakeholders & Materiality)
โมเดอร์นฟอร์มเชื่อว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนเกิดจากการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของธุรกิจ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจผลกระทบและความคาดหวังที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต การตลาดและการขาย การขนส่งและส่งมอบ ไปจนถึงการบริการหลังการขาย
เพื่อระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนและบริหารจัดการความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้วิเคราะห์การดำเนินงานผ่านกรอบกิจกรรมหลัก (Primary Activities) และกิจกรรมสนับสนุน (Support Activities) ซึ่งช่วยให้บริษัทฯ เห็นภาพรวมของธุรกิจและผลกระทบที่เชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน
1.ห่วงโซ่คุณค่าของโมเดอร์นฟอร์ม (Modernform's Value Chain)
โมเดอร์นฟอร์มเชื่อว่าความสำเร็จที่ยั่งยืนเกิดขึ้นจากการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการรับฟัง ทำความเข้าใจ และตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นระบบ ผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการกำหนดกลยุทธ์และปรับปรุงการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น

จากกรอบห่วงโซ่คุณค่าข้างต้น บริษัทฯ ได้ดำเนินการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการ 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
กระบวนการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Engagement Process) บริษัทฯ ดำเนินการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียผ่านกระบวนการ 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
1.การระบุและจัดกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย (Identification)
บริษัทฯ ระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยพิจารณาจากผู้ที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งครอบคลุม 8 กลุ่มหลัก ได้แก่ พนักงาน, ลูกค้า, คู่ค้า, ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน, หน่วยงานภาครัฐ, สังคมและชุมชน, พันธมิตรทางธุรกิจ และสื่อมวลชน
2.การจัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสีย (Prioritization)
บริษัทฯ ประเมินและจัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มโดยใช้เกณฑ์การพิจารณา 2 มิติ คือ ระดับอิทธิพลต่อองค์กร (Influence) และ ระดับความสนใจต่อองค์กร (Interest) เพื่อให้สามารถจัดสรรทรัพยากรและกำหนดแนวทางการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
3.การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็น (Engagement)
บริษัทฯ สร้างช่องทางการสื่อสารและการมีส่วนร่วมที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม (ดังรายละเอียดในตาราง "แนวทางการบริหารจัดการการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียสำคัญ") เพื่อรับฟังความคิดเห็น ความคาดหวัง และข้อกังวลต่างๆ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงการดำเนินงาน
4.การตอบสนองและรายงานผล (Response & Reporting)
ข้อมูลที่ได้รับจากการมีส่วนร่วมจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดแนวทางการตอบสนองและปรับปรุงการดำเนินงานขององค์กร จากนั้นจึงสื่อสารผลการดำเนินงานกลับไปยังผู้มีส่วนได้เสียผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลในรายงานความยั่งยืนฉบับนี้
การตอบสนองต่อความคาดหวังและมาตรการจัดการความเสี่ยง ปี 2568
โมเดอร์นฟอร์มเชื่อว่าความสำเร็จที่ยั่งยืนเกิดขึ้นจากการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการรับฟัง ทำความเข้าใจ และตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นระบบ ผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการกำหนดกลยุทธ์และปรับปรุงการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น
แนวทางการบริหารจัดการการมีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียสำคัญของบริษัทฯ 


การวิเคราะห์ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Materiality Analysis)
โมเดอร์นฟอร์มมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญอย่างแท้จริง เพื่อให้มั่นใจว่ากลยุทธ์ของบริษัทฯ สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจและตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ยกระดับกระบวนการประเมินประเด็นสำคัญ โดยนำกรอบการประเมินสาระสำคัญแบบสองมิติ (Double Materiality) มาปรับใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากล

หลักการประเมินสาระสำคัญแบบสองมิติ (Double Materiality Principle)
กรอบการประเมินนี้ช่วยให้บริษัทฯ สามารถระบุและจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้าน ESG โดยพิจารณาจากผลกระทบในสองมิติพร้อมกัน ได้แก่
- มิติผลกระทบต่อองค์กร (Financial Materiality) การประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากปัจจัยภายนอก (Outside-In) ที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ กระแสเงินสด และมูลค่าขององค์กรในระยะสั้น กลาง และยาว
- มิติผลกระทบจากองค์กร (Impact Materiality) การประเมินผลกระทบทั้งเชิงบวกและลบที่การดำเนินงานขององค์กรมีต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมภายนอก (Inside-Out)
กระบวนการประเมินประเด็นสำคัญ
กระบวนการประเมินของบริษัทฯ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก
- ระบุประเด็น (Identification) รวบรวมประเด็นด้านความยั่งยืนที่อาจมีความเกี่ยวข้องจากแหล่งข้อมูลทั้งภายใน (ผลการประเมินความเสี่ยงองค์กร) และภายนอก (แนวโน้มอุตสาหกรรม, ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย, มาตรฐานสากล)
- ประเมินผลกระทบ (Assessment) คณะทำงานด้านความยั่งยืนและผู้บริหารจากสายงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันประเมินผลกระทบของแต่ละประเด็นในทั้งสองมิติ (Financial และ Impact)
- จัดทำ Matrix และจัดลำดับความสำคัญ (Prioritization) นำผลการประเมินมาจัดทำเป็นแผนภาพ Double Materiality Matrix เพื่อจัดกลุ่มและลำดับความสำคัญของประเด็นต่าง ๆ
- ทบทวนและอนุมัติ (Validation) นำเสนอผลการวิเคราะห์และประเด็นสำคัญที่ได้ต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้ความเห็นชอบและอนุมัติเป็นประเด็นสำคัญประจำปี
ผลการวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ ประจำปี 2568
จากการประเมินตามกรอบ Double Materiality บริษัทฯ ได้กำหนดประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนสำหรับปี 2568 ดังแสดงในแผนภาพต่อไปนี้
ประเด็นความยั่งยืนที่ปรากฏอยู่บริเวณ พื้นที่มุมขวาบนของแผนภาพ (Top-Right Quadrant) ถือเป็น ประเด็นสำคัญยิ่งยวดเชิงยุทธศาสตร์ (Key Material Issues) ที่ส่งผลกระทบสูงสุดทั้งมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และมิติทางการเงินของบริษัทฯ ซึ่งเป็นกลุ่มประเด็นที่บริษัทฯ มุ่งเน้นบริหารจัดการและจัดสรรทรัพยากรเป็นลำดับแรก โดยมีการเปิดเผยรายละเอียดผลงานในรายงานฉบับนี้


การบริหารความเสี่ยงด้าน ESG และความเสี่ยงอุบัติใหม่ (ESG & Emerging Risks Management)
โมเดอร์นฟอร์มตระหนักดีว่าการดำเนินธุรกิจภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในหลากหลายมิติ บริษัทฯ จึงได้บูรณาการกระบวนการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (Enterprise Risk Management - ERM) ตามกรอบการดำเนินงานสากล COSO ให้ครอบคลุมประเด็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) รวมถึงความเสี่ยงอุบัติใหม่ (Emerging Risks) เพื่อให้องค์กรสามารถคาดการณ์ รับมือ และเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนได้
กระบวนการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG
บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ประจำปี เพื่อระบุและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ โดยประเมินจาก 2 มิติหลัก คือ โอกาสที่จะเกิด (Likelihood) และ ระดับผลกระทบ (Impact) ผลการประเมินจะถูกนำเสนอในรูปแบบแผนที่ความเสี่ยง (Risk Heat Map) เพื่อให้เห็นภาพรวมและกำหนดมาตรการจัดการได้อย่างเหมาะสม

การจัดการความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ (Key ESG Risk Management)
จากผลการประเมินความเสี่ยงประจำปี 2568 บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์การตอบสนองต่อความเสี่ยง (Risk Response) และแนวทางการจัดการเชิงรุกสำหรับประเด็นที่มีนัยสำคัญ ดังนี้





