การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน
โมเดอร์นฟอร์มเชื่อมั่นว่าความสำเร็จที่ยั่งยืนต้องมีรากฐานมาจากห่วงโซ่คุณค่าที่เข้มแข็งและโปร่งใส ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ยกระดับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานจากการเน้นประสิทธิภาพด้านต้นทุนและคุณภาพ สู่การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นและรับผิดชอบ โดยบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้า เพื่อลดความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการและสร้างคุณค่าร่วมกันในระยะยาว
แนวปฏิบัติทางการจัดซื้ออย่างยั่งยืน
เพื่อให้การดำเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งกลุ่มบริษัท คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติและประกาศใช้นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนและนโยบายการจัดจ้างคู่ค้าและผู้รับเหมาฉบับปรับปรุงใหม่ เพื่อใช้เป็นกรอบการตัดสินใจที่คำนึงถึงต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน ควบคู่กับความเสี่ยงด้าน ESG โดยกำหนดให้คู่ค้าทุกรายต้องลงนามรับทราบจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า และปฏิบัติตามมาตรฐาน 4 ด้านหลัก
- จริยธรรมทางธุรกิจ ยึดถือความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ สอดคล้องกับมาตรฐาน CAC
- สิทธิมนุษยชนและแรงงาน ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ และเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล (HRDD)
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัย จัดสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน ISO 45001 เพื่อลดอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์
- การจัดการสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การจัดการของเสียที่มีประสิทธิภาพ (ISO 14001) และการสนับสนุนวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
จุดเด่นในปี 2568
บริษัทฯ ได้ยกระดับกระบวนการคัดเลือกคู่ค้าโดยบูรณาการเกณฑ์ด้าน ESG เข้าเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญสำหรับการประเมินคู่ค้ารายใหม่ตามนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนฉบับล่าสุด เพื่อให้มั่นใจว่าพันธมิตรทางธุรกิจมีมาตรฐานการดำเนินงานที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ด้านความยั่งยืนขององค์กร
อ่านนโยบายเพิ่มเติมได้ที่ www.modernform.co.th

การบริหารจัดการคู่ค้าอย่างยั่งยืน
โมเดอร์นฟอร์มยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมไปกับการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยนำเข้ามาบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสลดความเสี่ยง เสริมสร้างความแข็งแกร่ง และเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ โดยมีกรอบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนตามแนวทางสากลของ UN Global Compact ดังนี้
- ความมุ่งมั่น
โมเดอร์นฟอร์ม มีการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการดำเนินการของคู่ค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของธุรกิจ และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งมอบสินค้าและบริการที่ดีของคู่ค้า แสดงถึงความโปร่งใสและความเป็นธรรมของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้คู่ค้าปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจคู่ค้าของบริษัท (Code of Conduct for Supplier) เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน
โมเดอร์นฟอร์ม ได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนไว้อย่างชัดเจน และเล็งเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงได้จัดทำแนวปฏิบัติจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conducts) ที่ครอบคลุม
- จริยธรรมทางธุรกิจ (Business Ethics)
- แรงงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน
- ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
- ความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน
เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้คู่ค้ามีการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน และสร้างความต่อเนื่องในการผลิต ก่อให้เกิดการพัฒนาและความร่วมมือระหว่างองค์กร ติดตามกระบวนการทำงานได้อย่างใกล้ชิด สามารถบริหารสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจซึ่งกันและกันบนพื้นฐานของความเป็นธรรม โปร่งใส และเติบโตในระยะยาวไปด้วยกัน
ผลการดำเนินงานปี 2568
2. การประเมินขอบเขต
โมเดอร์นฟอร์ม ได้ศึกษากิจกรรมต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน และประเมินขอบเขตในการดำเนินโครงการ เพื่อการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้ครอบคลุมประเภทกลุ่มคู่ค้าที่มีความสำคัญในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยตลอดห่วงโซ่อุปทาน บริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าในประเภทต่าง ๆ ดังนี้
ประเภทของคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน
แนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างความยั่งยืน
- ประกาศนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง
- มุ่งมั่นดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส่และเป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งการปฏิบัติตามข้อกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยยึดมั่นการปฏิบัติต่อคู่ค้าทุกรายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
- ส่งเสริมสินค้าและบริการที่ได้รับการรับรองทางด้านความยั่งยืนและความปลอดภัย ซึ่งจะได้รับการส่งเสริมและให้ความสำคัญในการคัดเลือก ควบคู่ไปกับศักยภาพในการทำการตลาด
- สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าธุรกิจ บนพื้นฐานความยั่งยืนเพื่อยกระดับความสามารถทางการแข่งขันและการสร้างพันธมิตรระดับกลยุทธ์ในระยะยาว
- ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าได้ปฏิบัติตามนโยบายด้านการจัดหาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่จะเกิดขึ้นในระบบห่วงโซ่อุปทาน
- สร้างความผูกพันและรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ระยะยาวกับคู่ค้าตามแนวทางการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจ เพื่อร่วมกับคู่ค้าในการดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายตามหลักจริยธรรมที่ดีมีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน ตลอดจนการดำรงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันอย่างยั่งยืน
- กำหนดจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct)

- กำหนดกลุ่มคู่ค้า (Define)
บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการคู่ค้า โดยนำหลักการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนมาร่วมบูรณาการ บริษัทฯ ได้กำหนดกรอบการดำเนินการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนในการประเมินคู่ค้า โดยมีกระบวนการ ดังนี้
การสรรหาและคัดเลือกคู่ค้า
บริษัทฯ คัดเลือกและคัดกรองคู่ค้าผ่านมาตรฐานการประเมินด้านความยั่งยืนที่ทางองค์กรจัดทำขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่า คู่ค้าสามารถส่งมอบวัตถุดิบและบริการที่เป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทฯ คาดหวัง โดยแบ่งตามประเภทคู่ค้าดังนี้

- คู่ค้ารายใหม่ (New Vendor Evaluation)
- การคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นของคู่ค้า
ก่อนเริ่มธุรกรรม เจ้าหน้าที่จัดซื้อ จะดำเนินการจัดหาคู่ค้าที่คาดว่าจะสามารถส่งมอบสินค้าหรือบริการตามความต้องการได้ ทั้งนี้ คู่ค้าที่จะได้รับคัดเลือก จะต้องผ่านเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้น โดยมีคุณสมบัติเบื้องต้น ดังต่อไปนี้
- จะต้องเป็นผู้ที่มีสถานประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
- จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีระบบบริหารงานที่ดี มีบุคลากร เครื่องจักร และอุปกรณ์ สินค้า บริการ สถานภาพทางการเงิน และ/หรือมีประวัติการดำเนินกิจการที่เหมาะสมและน่าเชื่อถือ
- หรือเคยเป็นคู่ค้าที่เคยมีธุรกรรมซื้อขายสินค้ากันมา
- การคัดเลือกและการขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้ารายใหม่
- หากมีแนวโน้มที่มีศักยภาพเป็นคู่ค้ารายใหม่ได้ เจ้าหน้าที่จัดซื้อจะเข้าประเมินคัดเลือกผู้ให้บริการจากภายนอก ตามเกณฑ์การให้คะแนน โดยพิจารณาจาก

- ผู้ผ่านเกณฑ์คัดเลือกต้องมีคะแนนการประเมินไม่ต่ำกว่า 65 คะแนนขึ้นไป
- ในกรณีผู้ให้บริการจากภายนอกมีมูลค่าการซื้อขายสูง หรือมีความเสี่ยงสูง จะต้องผ่านการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ (On-site Visit) โดยหน่วยงานจัดซื้อและหน่วยงานประกันคุณภาพ
- กรณีผ่านการคัดเลือก จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้ารายใหม่ และถูกบันทึกข้อมูลเข้าระบบ MOS ใน Vendor Global และทำการซื้อขายตามกระบวนการจัดซื้อ
- คู่ค้ารายใหม่ทุกรายจะต้องได้รับการสื่อสาร “จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า” เพื่อรับทราบ ลงนามรับทราบ และปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ
- คู่ค้ารายปัจจุบัน
เพื่อจัดกลุ่มคู่ค้าในการบริหารความเสี่ยง บริษัทฯ จำแนกคู่ค้ารายปัจจุบันออกเป็น
- คู่ค้าสำคัญ (Critical Tier 1 Suppliers)
- คู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง (Critical Non-Tier Suppliers)
โดยแบ่งประเภทคู่ค้าสำคัญที่มีการซื้อขายออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1) กลุ่มคู่ค้าสำคัญที่จัดหาวัตถุดิบ และชิ้นส่วนประกอบ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- เป็นคู่ค้าที่มียอดซื้อสูง (High Volume Suppliers) มากกว่า 5 ล้านบาท
- เป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญต่อสายการผลิตของบริษัทฯ
- เป็นคู่ค้าน้อยราย หรือไม่สามารถหาสินค้าหรือบริการอื่นมาทดแทนได้
2) กลุ่มคู่ค้าสำคัญแบบ OEM และสินค้าสำเร็จรูป
คู่ค้ารายปัจจุบัน ต้องได้รับการสื่อสาร รับทราบ ลงนามและปฏิบัติตาม นโยบาย ข้อกำหนด แนวปฏิบัติ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องใน “จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า” ของโมเดอร์นฟอร์ม
การประเมินด้านการส่งมอบและพัฒนาศักยภาพของคู่ค้า
ฝ่ายจัดซื้อจะทำการประเมินคู่ค้าทุก 3 เดือน โดยสรุปคะแนนจากการประเมินผลการส่งมอบ ที่คำนวณจากข้อมูลการส่งมอบในระบบ MOS (ระบบที่ใช้ภายในโมเดอร์นฟอร์ม) และประเมินผลคุณภาพจากรายงาน NCR (Non Conform Report) ในระบบ MOS ซึ่งนับจากจำนวนรายการที่ส่งมอบทันกำหนดในแต่ละเดือน เปรียบเทียบกับรายการที่มีกำหนดส่งมอบทั้งหมดในเดือนนั้น ๆ โดยมีเกณฑ์การประเมินผล ดังนี้

การประเมินด้านการส่งมอบและพัฒนาศักยภาพของคู่ค้า
ฝ่ายจัดซื้อจะทำการประเมินคู่ค้าทุก 3 เดือน โดยสรุปคะแนนจากการประเมินผลการส่งมอบ ที่คำนวณจากข้อมูลการส่งมอบในระบบ MOS (ระบบที่ใช้ภายในโมเดอร์นฟอร์ม) และประเมินผลคุณภาพจากรายงาน NCR (Non Conform Report) ในระบบ MOS ซึ่งนับจากจำนวนรายการที่ส่งมอบทันกำหนดในแต่ละเดือน เปรียบเทียบกับรายการที่มีกำหนดส่งมอบทั้งหมดในเดือนนั้น ๆ โดยมีเกณฑ์การประเมินผล ดังนี้
- การควบคุมความเสี่ยงและการตรวจสอบคู่ค้า
การตรวจประเมินคู่ค้าเพื่อสร้างความมั่นใจในกระบวนการผลิตและจัดส่งสินค้า
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
องค์กรมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการและคู่ค้าในทุกขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ รวมถึงสอดคล้องกับหลักการ ESG และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน
แนวทางในการดำเนินงาน
- จัดทำแผนการตรวจประเมิน และเยี่ยมสถานประกอบการ โดยเน้นจากกลุ่มวัตถุดิบหลัก หรือกลุ่มที่พบปัญหาซ้ำเพื่อตรวจสอบ และพัฒนากระบวนการทำงานร่วมกัน
- เข้าตรวจประเมิน และตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ
- สรุปผลการประเมิน และเยี่ยมสถานประกอบการ
- การสื่อสารและการมีส่วนร่วมของผู้ให้บริการ
ในปี 2568 บริษัทฯ ควบคุมความเสี่ยงและติดตามผลการดำเนินงานของคู่ค้าอย่างเป็นรูปธรรม
- การทวนสอบมาตรฐาน ดำเนินการ On-site Audit คู่ค้าสำคัญ 5 ราย 10 ราย เพื่อยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและสิ่งแวดล้อมจริง
- การจัดการความต่อเนื่อง จัดทำบัญชีคู่ค้าสำรอง สำหรับวัตถุดิบสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
On-site Visit คู่ค้ารายสำคัญ
การจัดหาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน
โมเดอร์นฟอร์มมุ่งเน้นการสร้างห่วงโซ่อุปทานสีเขียวผ่านการคัดสรรวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์และสิ่งแวดล้อม โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญในปี 2568 ดังนี้
- การคัดเลือกวัสดุหมุนเวียนและวัสดุทางเลือก
บริษัทฯ ได้คัดเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ทั้งหมด 13 รายการ เพื่อเป็นตัวเลือกวัสดุที่ปลอดภัย ดีต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการผลิตเฟอร์นิเจอร์รุ่นใหม่ต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะคอลเลกชัน ORBIX ที่มีการจัดหาแผ่นซับเสียงผลิตจาก พลาสติกรีไซเคิล (rPET) ในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 60 และบริษัทฯ ได้ริเริ่มนำเสนอ ทางเลือกวัสดุบุเฟอร์นิเจอร์ที่ยั่งยืน สำหรับลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์นำร่องและคอลเลกชันใหม่ เช่น ORBIX ซึ่งมีการใช้ผ้าบุที่ได้รับรองมาตรฐาน Global Recycled Standard (GRS) โดยผ้าทุก ๆ 10 หลา มีส่วนช่วยในการนำขวดพลาสติกใช้แล้วกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ได้ถึง 140 ใบ
- การจัดการวัตถุดิบไม้ที่ปลอดภัย
ฝ่ายจัดซื้อได้ยกระดับการตรวจประเมินคู่ค้ากลุ่มไม้ผ่านการลงพื้นที่ On-site Visit เพื่อทวนสอบมาตรฐาน Boron-Free และการควบคุมสารฟอร์มาลดีไฮด์ให้เป็นไปตามมาตรฐานยุโรป (E1/E0) เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ Well-being ที่มุ่งเน้นสุขภาพของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ
- การสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดซื้อจากคู่ค้าในประเทศ โดยมีสัดส่วนการจัดซื้อในประเทศอยู่ที่ร้อยละ 70 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่ง (Scope 3) และส่งเสริมผู้ประกอบการไทยที่มีนวัตกรรมรักษ์โลก
เป้าหมายในอนาคต
ตั้งเป้ายกระดับความโปร่งใสด้านวัสดุ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เก้าอี้สำนักงานให้ครอบคลุมร้อยละ 100 ภายในปี 2569 เพื่อตอบโจทย์นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของลูกค้าองค์กรชั้นนำ พร้อมมุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอวัสดุยั่งยืนให้เป็นทางเลือก ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้ผลิตวัสดุรีไซเคิลและผ้าที่ได้รับรองมาตรฐาน Eco-Certification ระดับสากล นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการคัดสรรนวัตกรรมวัสดุหมุนเวียนชนิดใหม่เพื่อรองรับการออกแบบคอลเลกชันใหม่และยกระดับมาตรฐานความยั่งยืน
