การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Production)

โมเดอร์นฟอร์มมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ภายใต้หลักการ Eco-Production โดยถือเป็นหัวใจของการสร้าง “ความยืดหยุ่นและความทนทานทางธุรกิจ” ในห่วงโซ่อุปทาน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยและออกแบบ ไปจนถึงการคัดเลือกวัตถุดิบและการควบคุมคุณภาพการผลิต ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ยกระดับการผลิตสู่ระบบอัจฉริยะที่เชื่อมโยงความยั่งยืนเข้ากับเทคโนโลยี (Smart & Sustainable Manufacturing) โดยมีคอลเลคชัน ORBIX เป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่สะท้อนความสำเร็จนี้

ในปี 2568 บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อแนวคิดการบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานอย่างรอบด้าน ภายใต้มาตรฐานการผลิตระดับสากล บริษัทฯ ผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับกระบวนการออกแบบและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมคุณค่าต่อสังคม พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับความต้องการของปัจจุบันและอนาคต

 
โครงการความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ เพื่อมุ่งสู่การผลิตอย่างยั่งยืน

โมเดอร์นฟอร์มมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมเฟอร์นิเจอร์ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานในยุคการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid Work & Living) ด้วยเฟอร์นิเจอร์เฟอร์นิเจอร์สำหรับการทำงานเรือธงใหม่ คอลเลคชั่น “ORBIX” โดยยึดหลักความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านการออกแบบ วัสดุ กระบวนการผลิต และการใช้งานจริงของลูกค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าระยะยาวทั้งต่อองค์กรและสังคมผ่านหลักการ Modular & Adaptive Design ที่สนับสนุนการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและปรับเปลี่ยนตามความต้องการในอนาคต

นโยบายและเป้าหมาย

โมเดอร์นฟอร์มมุ่งมั่นพัฒนาเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นโซลูชันการใช้งานที่ยั่งยืนทั้งวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ โดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การออกแบบเพื่อตอบสนองรูปแบบการทำงานในปัจจุบันและการปรับเปลี่ยนในอนาคต การเลือกใช้วัสดุ กระบวนการผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการใช้งานจริง สิ่งนี้สะท้อนผ่านการออกแบบที่เน้นความทนทาน การดูแลซ่อมแซมและสามารถอัปเกรดได้ เพื่อยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ ลดการใช้ทรัพยากร และลดของเสียจากการผลิต รวมไปถึงการออกแบบที่สนับสนุนการจัดการการใช้พลังงานและการใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

พร้อมกันนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้งาน ผ่านการส่งเสริมท่าทางการทำงานที่เหมาะสม การเคลื่อนไหวระหว่างวัน และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เพื่อสนับสนุนสมดุลระหว่างงานและชีวิต รวมถึงการทำงานขององค์กรที่มีประสิทธิภาพ

แนวปฎิบัติ

  • ศึกษาพฤติกรรมและรูปแบบการใช้งานในพื้นที่ทำงานยุคใหม่ เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งาน ทั้งด้านความสบาย ความปลอดภัย การทำงานร่วมกัน และประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อใช้เป็นรากฐานสำคัญในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่รองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสมและคงทนยาวนาน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้ใช้งาน
  • ออกแบบและพัฒนาสินค้าตามหลักโมดูลาร์ดีไซน์ และการใช้ชิ้นส่วนและโครงสร้างมาตรฐานร่วมเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ให้สามารถเลือกปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนไป ช่วยลดต้นทุนการเปลี่ยนแปลง และลดการเกิดขยะใหม่จากการปรับเปลี่ยนการใช้งานของผู้ใช้
  • ใส่ใจสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้ด้วยการส่งเสริมการเคลื่อนไหวขณะทำงาน โดยการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่รองรับอิริยาบทต่างๆในการทำงาน ทั้งการนั่ง-พิง-ยืน และเฟอร์นิเจอร์ที่ส่งเสริมการเคลื่อนไหว เช่น เฟอร์นิเจอร์มีล้อ เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวในการทำงานระหว่างวัน และลดความเมื่อยล้า และออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบสนองการใช้งานในพื้นที่ต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ตามกิจกรรมการทำงาน ตามหลัก Activity Based Working ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้เองตามความเหมาะสม รวมไปถึงการเฟอร์นิเจอร์ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่เน้นการเชื่อมโยงมนุษย์เข้ากับธรรมชาติ ( Biophilic Design ) เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ผ่านการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทำงาน
  • สนับสนุนการทำงานที่ไร้รอยต่อ และเพิ่มความยั่งยืนให้กับการศึกษาและออกแบบระบบรองรับการเชื่อมต่อพลังงานกับเฟอรนิเจอร์ ตอบสนองการทำงานแบบ Hybrid work & Living ที่สามารถเลือกใช้ได้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร พร้อมทั้งร่วมมือกับคู่ค้าที่มีความเชี่ยวชาญในการผสานเทคโนโลยี IoT เช่น ระบบการจองโต๊ะ ห้องประชุม และระบบชาร์จไร้สาย ในการควบคุมฟังก์ชันอัจฉริยะของเฟอร์นิเจอร์ เพื่อควบคุมการใช้พลังงานและลดการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น และช่วยให้สามารถใช้พื้นที่สำนักงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างความยั่งยืน
  • ในกระบวนการออกแบบและผลิต บริษัทให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยวางแผนการผลิตอย่างพิถีพิถัน เพื่อลดการสูญเสียวัสดุและเพิ่มประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน การออกแบบส่วนประกอบให้สามารถถอดประกอบ ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ในอนาคต ช่วยยืดอายุผลิตภัณฑ์และลดการเกิดของเสีย ภายใต้แนวคิดการออกแบบเพื่อความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุที่มีส่วนผสมจากวัสดุหมุนเวียน เช่น วัสดุดูดซับเสียง (Acoustic Screen) ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล (Recycled polyethylene terephthalate : rPET) ที่ใช้ในการผลิตขวดน้ำพลาสติก โดยสามารถดูดซับเสียงได้ถึง 60% ช่วยลดเสียงรบกวน และเป็นการแปรรูปขยะพลาสติกให้เกิดประโยชน์ และการเลือกใช้วัสดุที่สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ ตลอดจนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีขนาดกะทัดรัด เพื่อการขนส่งที่สะดวก และใช้พลังงานน้อยลง เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในห่วงโซ่อุปทาน
  • ดำเนินการทดสอบการผลิตและการใช้งาน พร้อมการประเมินและติดตามผลอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน พร้อมนำข้อมูลที่ได้กลับมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ ใช้งานได้ยาวนาน และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนต่อองค์กรและผู้ใช้ เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์นี้ไม่เพียงเป็นสินค้าเพื่อการใช้งานในพื้นที่ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนในสังคม
  • สื่อสารและทำการตลาดเพื่อให้ความรู้กับผู้ใช้ถึงแนวคิดการทำงานในรูปแบบใหม่ พร้อมจัดแสดงสินค้าในรูปแบบดิจิทัลและในโชว์รูม เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถทดลองและสัมผัสประสบการณ์การใช้งานสินค้าเพื่อการรับรู้และยอมรับเฟอร์นิเจอร์เพื่อการทำงานในรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิดความยั่งยืนได้ในวงกว้าง

ผลการดำเนินงานปี 2568

ในปี 2568 โมเดร์นฟอร์มได้เปิดตัวกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ที่รองรับการทำงานและการปรับเปลี่ยนในปัจจุบันและอนาคต ตอบโจทย์ความคล่องตัวในการทำงานและการใช้ชีวิตรูปแบบ Hybrid Work & Living ภายใต้แนวคิด “WORK. MOVE. MORE.” รองรับการทำงานที่ยืดหยุ่น ด้วยดีไซน์แบบโมดูล่าร์ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Integration) ที่เชื่อมต่อการทำงานอย่างไร้รอยต่อ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ พื้นที่ และความสบายให้กับผู้ใช้งานในทุกวัน โดดเด่นทั้งในมิติการใช้งานและความยั่งยืน ด้วยคุณสมบัติปรับแต่งได้หลากหลาย รองรับการทำงานตามกิจกรรมในรูปแบบ Activity-Based Working ส่งเสริมสุขภาวะ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ รวมถึงโซลูชันด้านพลังงานและการเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์สำนักงานยุคดิจิทัล พร้อมผลทางความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ เช่น การยืดอายุการใช้งาน ลดการเกิดขยะใหม่ สนับสนุนสุขภาพผู้ใช้งาน เพิ่มผลิตภาพองค์กร และลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

โดยจัดงานเปิดตัวสินค้าอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 มีนาคม 2568 ณ โชว์รูมโมเดอร์นฟอร์มสาขาเพลินจิต โดยได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักออกแบบจากบริษัทออกแบบตกแต่งภายในและสถาปัตยกรรมชั้นนำของประเทศที่ได้เข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์การใช้งานและทดลองสินค้า พร้อมกับการจัดแสดงสินค้าในโชว์รูมของโมเดอร์นฟอร์มทุกสาขา และเข้าร่วมจัดแสดงในงานต่างๆ เพื่อให้เกิดการรับรู้และใช้งานในกลุ่มเป้าหมายเป็นวงกว้าง เพื่อร่วมสร้างความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ในระยะยาวต่อไป

 

การคัดเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Material Sourcing) 

โมเดอร์นฟอร์มมุ่งมั่นในการสร้าง “ความทนทานในห่วงโซ่อุปทาน” ด้วยการลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่และลดความเสี่ยงด้านสารเคมีอันตราย โดยมีการคัดเลือกวัสดุตามเกณฑ์ความยั่งยืนที่เข้มงวด

ในปี 2568 บริษัทฯ ยกระดับกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัสดุไปจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์บ้านและเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศสำนักงาน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งานในระยะยาวและมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค

เพื่อสนับสนุนการผลิตที่ยั่งยืน บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการ คัดเลือกวัสดุทางเลือก (Eco-Material Options) ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น วัสดุรีไซเคิล วัสดุที่ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และวัสดุที่ไร้สารเคมีอันตราย พร้อมมอบทางเลือกให้ลูกค้าที่ต้องการสินค้าในแนวทาง Sustainable Living ได้เลือกวัสดุที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่การผลิต และสนับสนุนลูกค้าที่ต้องการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นโยบายและเป้าหมาย

นโยบาย

บริษัทฯ กำหนดนโยบายด้านการผลิตที่ยั่งยืนโดยเน้นแนวคิด “เลือกวัสดุคุณภาพที่ดีต่อผู้ใช้และดีต่อโลก” โดยมีแนวทางดังนี้

  • ส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต
  • คัดเลือกผ้าและวัสดุหุ้มจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืน
  • ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากสารเคมีในวัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์
  • ขยายตัวเลือกวัสดุยั่งยืนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า ทั้งเฟอร์นิเจอร์บ้านและออฟฟิศ

เป้าหมาย

  • ปี 2568: คัดเลือกวัสดุที่ยั่งยืน เช่น Upcycling Materials และ Eco-Friendly Fabrics อย่างน้อย 13 รายการ
  • ปี 2569: เพิ่มจำนวนวัสดุยั่งยืนให้มากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกแก่ลูกค้าในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
  • สนับสนุนการใช้วัสดุที่ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ เช่น ผ้าที่ทำจากขวด PET รีไซเคิล
  • ลดการใช้วัสดุที่มีสารเคมีอันตราย เช่น Amine, Azo dyes, Formaldehyde

แนวทางการดำเนินงาน (Implementation Approach)

บริษัทได้กำหนดแนวทางดำเนินงานอย่างเป็นระบบเพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุที่เลือกเป็นไปตามหลักความยั่งยืน ดังนี้

การคัดเลือกผู้ผลิตวัสดุที่ได้มาตรฐาน

  • คัดเลือกผู้ผลิตผ้าและวัสดุหุ้มจากต่างประเทศและในประเทศที่มี Sustainability Certificates
  • ตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับความปลอดภัยของสารเคมีตามมาตรฐานสากล
  • ประเมินสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลหรือ Upcycling ของแต่ละคอลเลกชัน

การเพิ่มวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • เลือกผ้าวัสดุประเภท Upcycling Material Collections ที่ผลิตจากขวด PET
  • เพิ่มตัวเลือกผ้าประเภท Eco-Friendly Fabric ที่ไม่มีสารเคมีอันตราย
  • ทำงานร่วมกับฝ่ายออกแบบและฝ่ายผลิตภัณฑ์เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุสามารถใช้งานได้จริงในผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่ม

สื่อสารให้ลูกค้าและผู้บริโภคเข้าใจง่าย

  • สร้างเอกสาร Product Sheet ที่แสดงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของวัสดุแต่ละชนิด
  • พัฒนาเนื้อหาเพื่อให้ทีมขายสามารถอธิบายคุณสมบัติและประโยชน์ของผ้า Eco-Friendly ได้
  • เตรียมสื่อออนไลน์และออฟไลน์ เช่น QR Code, Catalog, Website เพื่อสื่อสารข้อมูล

การประเมินผลกระทบและทบทวนวัสดุ

  • ตรวจสอบอายุการใช้งานและความทนทานของวัสดุ
  • ประเมินสัดส่วนการนำวัสดุยั่งยืนไปใช้จริงในผลิตภัณฑ์
  • ทบทวนร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อเสนอวัสดุยั่งยืนใหม่ ๆ ในปีถัดไป

ผลการดำเนินงาน ปี 2568

ความสำเร็จในการคัดเลือกวัสดุยั่งยืน

ในปี 2568 บริษัทสามารถคัดเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ทั้งหมด 13 รายการ แบ่งเป็น

  • Upcycling Material Collections จำนวน 5 รายการ
    • ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลจากขวด PET
    • ลดการใช้พลาสติกใหม่ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์
    • ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตวัสดุใหม่
  • Eco-Friendly Fabric จำนวน 8 รายการ
    • ปลอดจากสารเคมีอันตราย เช่น
      • Amine
      • Azo Dyes
      • Formaldehyde
      • สารระเหยที่เป็นอันตรายอื่น ๆ
    • สอดคล้องกับมาตรฐานสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสากล
    • เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในอาคาร เช่น บ้าน ออฟฟิศ โรงพยาบาล โรงเรียน

ผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้น

  • ลูกค้ามีตัวเลือกวัสดุที่ปลอดภัยและดีต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น
  • ช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าองค์กรที่มีนโยบายด้าน ESG
  • ยกระดับภาพลักษณ์องค์กรว่าเป็นผู้นำด้านวัสดุยั่งยืนในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์

ความคืบหน้าสู่เป้าหมายปี 2569

  • วางแผนเพิ่มจำนวนวัสดุยั่งยืนให้มากขึ้น เพื่อนำเสนอเป็น Material Options สำหรับสินค้าเฟอร์นิเจอร์บ้านและสำนักงาน
  • เตรียมขยายความร่วมมือกับผู้ผลิตวัสดุเส้นใยรีไซเคิลและผู้ผลิตผ้าที่ผ่าน Eco-Certification
  • ตั้งเป้าเพิ่มวัสดุใหม่ในปี 2569 เพื่อรองรับสินค้าในคอลเลกชันใหม่และโครงการขนาดใหญ่ของลูกค้าองค์กร

การคัดเลือกวัสดุ/Eco-Material

การควบคุมกระบวนการผลิตและคุณภาพ

ความมุ่งมั่นและเป้าหมายSD-Report-2025-ไทย_45.jpg

บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ครบวงจร โดยยึดหลักการให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีสูงสุด บริษัทฯ ตระหนักว่าคุณภาพ คือความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนจึงกำหนดนโยบายคุณภาพที่ผสานการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การตลาด การส่งมอบ ไปจนถึงบริการหลังการขาย โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ISO 9001 ในทุกกระบวนการอย่างแท้จริง เพื่อมุ่งสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพผลิตภัณฑ์และการลดความสูญเสียจากต้นทาง

บริษัทฯ จึงได้กำหนดเป้าหมายการควบคุมคุณภาพและลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต ดังนี้

  1. เป้าหมายเชิงกระบวนการ

การตรวจประเมินภายในประจำเดือน จัดให้มีการตรวจสอบภายในด้านการจัดการของเสียเป็นประจำทุกเดือนเพื่อระบุจุดที่เกิดขยะและเศษวัสดุไม่ใช้แล้วอย่างทันท่วงที และปรับปรุงหน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. เป้าหมายเชิงปริมาณ

การควบคุมอัตราของเสียในกระบวนการ ควบคุมและลดอัตราสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานจากกระบวนการผลิตรวมให้ต่ำกว่าร้อยละ 3.00 อย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อลดการรื้อถอนชิ้นงานและการทิ้งเศษวัสดุโดยไม่จำเป็น

แนวทางการดำเนินงาน

บริษัทฯ มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในสายการผลิตผ่านการจัดการกระบวนการที่แม่นยำและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาบูรณาการเพื่อควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกและลดอัตราของเสียให้เหลือน้อยที่สุด

  1. การบูรณาการระบบดิจิทัลเพื่อควบคุมคุณภาพ (Digital Quality Integration) บริษัทฯ ได้ผสานรวมกระบวนการทำงานระหว่างสำนักงานใหญ่และสายการผลิตผ่านระบบปฏิบัติการบริหารจัดการโมเดอร์นฟอร์ม หรือระบบ MOS (Modernform Management Operating System) โดยยกระดับสู่รูปแบบดิจิทัลในการบันทึกและติดตามปัญหาจากกระบวนการผลิตและประกอบชิ้นงาน (Defect Tracking) เปลี่ยนจากการใช้เอกสารกระดาษสู่การรายงานบนหน้าจอระบบ MOS แบบ Real-time พร้อมฟังก์ชันการเรียกดูแบบสั่งผลิตออนไลน์ (Drawing Online) บนระบบดิจิทัล และระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Auto Mail) ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อให้สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดในกระบวนการได้อย่างแม่นยำและไร้รอยต่อ
  2. การจัดการคุณภาพตั้งแต่ครั้งแรก (First Time Quality – FTQ) จัดตั้งทีมเฉพาะกิจ First Time Quality Focus Group เพื่อขับเคลื่อนวัฒนธรรมการทำงานที่ถูกต้องและได้มาตรฐานตั้งแต่ขั้นตอนแรกของสายการผลิต พร้อมทั้งจัดอบรมทบทวนให้ความรู้เรื่องเกณฑ์การตรวจสอบและการยอมรับชิ้นงานให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง
  3. ความแม่นยำของเครื่องมือวัดและมาตรฐานห้องปฏิบัติการ (Precision & Standards) จัดให้มีกระบวนการตรวจสอบและสอบเทียบเครื่องมือวัดในสายการผลิตอย่างสม่ำเสมอตามมาตรฐานปฏิบัติงาน ควบคู่กับการรักษามาตรฐานห้องปฏิบัติการทดสอบตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 เพื่อยืนยันความแข็งแรง โครงสร้างทางกายภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า

 

ผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงานด้านการควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพกระบวนการในปี 2568 บริษัทฯ สามารถรักษามาตรฐานการผลิตให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้อย่างดี โดยมีรายละเอียดตัวชี้วัดย้อนหลังดังนี้

ตารางสรุปการควบคุมคุณภาพ
SD-Report-2025-ไทย_46.jpg


การบูรณาการแนวคิดวัฏจักรชีวิตในการออกแบบผลิตภัณฑ์

ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย

โมเดอร์นฟอร์มมุ่งมั่นออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรผลิตภัณฑ์ บริษัทฯ มีเป้าหมายในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ผสมผสานประสิทธิภาพการใช้งาน ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

แนวทางการดำเนินงาน

บริษัทฯ ดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนผ่านกลยุทธ์เชิงรุก ดังนี้

  • การออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการคัดเลือกวัตถุดิบและออกแบบผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงอายุการใช้งานที่ยาวนาน การถอดซ่อมบำรุงได้ง่าย และเลือกใช้วัสดุที่มีส่วนประกอบของวัสดุรีไซเคิล ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง
  • นวัตกรรมวัสดุหมุนเวียน พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่ได้รับรองมาตรฐานสากล อาทิ แผ่นซับเสียง rPET และผ้าบุที่ได้รับการรับรอง Global Recycled Standard (GRS) ซึ่งเป็นวัสดุหลักในคอลเลกชัน ORBIX เพื่อสร้างความมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยและความยั่งยืนให้กับผู้ใช้งาน
  • การพัฒนาฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) จึงได้กำหนดแผนการดำเนินงานเพื่อเริ่มศึกษาแนวทางการจัดทำฐานข้อมูล LCA เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในอนาคต

ผลการดำเนินงาน

ในปี 2568 บริษัทฯ มีความก้าวหน้าที่สำคัญในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ดังนี้

  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ORBIX ผลิตภัณฑ์คอลเลกชัน ORBIX ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่ออกแบบตามแนวคิดสุขภาวะได้รับการพัฒนาโดยใช้วัสดุที่มีส่วนประกอบของวัสดุรีไซเคิล (rPET) สูงถึงร้อยละ 60 ในแผ่นซับเสียง และใช้ผ้าบุที่ได้รับรองมาตรฐาน Global Recycled Standard (GRS)
  • การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบผลิตภัณฑ์ ORBIX ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีรอยเท้าคาร์บอนที่ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มเดียวกันในตลาด ซึ่งเป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ตารางเป้าหมายการยกระดับผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน
SD-Report-2025-ไทย_47.jpg

See More
แชร์