การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและก๊าซเรือนกระจก
การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและก๊าซเรือนกระจก
การกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกำหนดให้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการกำหนดทิศทางและกำกับดูแลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ดังนี้
- การอนุมัติเชิงกลยุทธ์
คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาและลงมติอนุมัติแผนงานมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกในระยะสั้นและระยะกลาง เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและทิศทางของธุรกิจ
- การติดตามผลอย่างเป็นระบบ
มีกลไกติดตาม KPI ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประชุมทบทวนผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมาย 2 ครั้ง ในปี 2568 (กุมภาพันธ์ และ กรกฎาคม)
- ความรับผิดชอบในระดับคณะกรรมการ
ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในการรายงานประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าประเด็น ESG ถูกบูรณาการเข้ากับกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างแท้จริง
บริษัทฯ มุ่งมั่นดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยตั้งเป้าร่วมสนับสนุนการจํากัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามแนวทางของความตกลงปารีส (Paris Agreement) บริษัทฯ ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดต่อความยั่งยืนของธุรกิจ จึงได้วางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Scope 1 & 2) ลง 20% ภายในปี 2573 (เทียบกับปีฐาน 2566) โดยดําเนินกิจกรรมเพื่อลดและชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานในทุกกระบวนการ เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด การลดความสูญเปล่าจากการใช้พลังงาน การลดการรั่วไหลของสารทําความเย็นรวมถึงการพัฒนาและส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถนํากลับมาใช้ซ้ําหรือรีไซเคิลได้
แนวทางการดำเนินงาน
บริษัทฯ ดำเนินการบริหารจัดการสภาพภูมิอากาศโดยมีกลไก ดังนี้
- การกำหนดกลยุทธ์และเป้าหมาย กำหนดแผนงานและเป้าหมายระยะสั้น (Target 2025) และระยะยาว (Target 2030/2050) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ได้แก่ การลดก๊าซเรือนกระจก, Net Zero
- การบูรณาการในห่วงโซ่คุณค่า นำแนวคิดเรื่องการลดคาร์บอนมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ได้แก่ การจัดการคู่ค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์
- การประเมินและรายงาน ดำเนินการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และเตรียมพร้อมสำหรับการรายงานตามเกณฑ์ใหม่ (SET Carbon) เพื่อการประกันคุณภาพข้อมูล
ผลการดำเนินงาน
บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนงานเพื่อจัดการและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) โดยมีผลลัพธ์ปี 2568 ดังตารางเปรียบเทียบ
หมายเหตุ: ข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1, 2 และ 3) รวมถึงข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงในการดำเนินงาน ประจำปี 2568 ได้รับการทวนสอบความถูกต้องโดยหน่วยงานอิสระภายนอกจาก บริษัท บีเอสไอ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด 1) นายเมธาสิทธิ์ ทองคำ ผู้ทวนสอบรายงานการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ภายใต้เกณฑ์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)
การเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3
บริษัทฯ ยึดมั่นในนโยบายการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนบนพื้นฐานของความถูกต้อง แม่นยำ และสามารถทวนสอบได้ สำหรับการรายงานก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ประจำปี 2568 บริษัทฯ มุ่งเน้นการรายงานในหมวดหมู่ที่มีฐานข้อมูลกิจกรรมชัดเจนและผ่านการทวนสอบโดยหน่วยงานอิสระภายนอก ดังนี้
- หมวดหมู่ที่รายงาน (ประเภทที่ 3) บริษัทฯ ได้รวบรวมและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ ที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงาน ซึ่งผ่านการทวนสอบจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก รวมจำนวน 240 ตัน CO2e โดยเป็นการรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงถึงพัฒนาการด้านการจัดการผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อมขององค์กร
- การจัดการข้อจำกัดด้านข้อมูล สำหรับหมวดการขนส่งสินค้า และหมวดสินค้าและบริการที่จัดซื้อ (Purchased Goods and Services) บริษัทฯ ได้ระบุเป็นข้อยกเว้นในรายงานฉบับปัจจุบัน เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลกิจกรรมร่วมกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่จะเปิดเผยในอนาคตมีความน่าเชื่อถือ
- แผนการดำเนินงานในอนาคต บริษัทฯ มุ่งมั่นขยายขอบเขตการรายงานให้ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ที่มีนัยสำคัญ ตามข้อเสนอแนะจากการทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรประจำปีล่าสุด เพื่อยกระดับมาตรฐานการรายงานความยั่งยืนสู่ระดับสากลอย่างเต็มรูปแบบ
ความโปร่งใสในการวัดผลและรับรอง
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
บริษัทฯ มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการวัดผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มีความแม่นยำและโปร่งใสตามหลักการสากล เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงและสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
แนวทางดำเนินงาน
- การขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการผ่านการทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 Scope 2 และ Scope 3 บางส่วน) จากผู้ประเมินภายนอก และได้รับการรับรอง CFO อย่างต่อเนื่อง
- การทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร บริษัทฯ ดำเนินการทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ 2) โดยผู้ประเมินภายนอกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลการปล่อยก๊าซฯ เป็นไปตามมาตรฐานที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กำหนด
- การเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานการรายงานใหม่ (SETCarbon) ทีมงานได้เริ่มทดลองใช้ระบบ SETCarbon ในการบันทึกและประมวลผลข้อมูลก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้การจัดทำบัญชีมีความเป็นระบบ พร้อมสำหรับการทวนสอบในระดับสากลในอนาคต
ผลการดำเนินงาน
บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการผ่านการทวนสอบและได้รับใบรับรอง คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน 2569 (โดยอ้างอิงรอบปีฐานข้อมูล 2568) ความสำเร็จตั้งแต่ปี 2566-2568 นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงระบบการจัดเก็บข้อมูลที่มีความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นมาตรฐานสากล ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
มาตรการลดก๊าซเรือนกระจกเชิงกลยุทธ์
โมเดอร์นฟอร์มขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกผ่านแนวคิด Operational Excellence โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตและการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
ตารางสรุปมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก ปี 2568
หมายเหตุ: คำนวณปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกโดยอ้างอิงค่าสัมประสิทธิ์ 0.4999 kgCO2e/kWH จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
- มาตรการที่ 1 เน้นการปรับเปลี่ยนเชิงคุณภาพเพื่อลดผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศและสภาพภูมิอากาศตามวงรอบการบำรุงรักษา

การวิเคราะห์ฉากทัศน์และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
โมเดอร์นฟอร์มมุ่งมั่นเสริมสร้างความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ ผ่านการประเมินผลกระทบเชิงบูรณาการจากสภาพภูมิอากาศในอนาคต บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายในการใช้การวิเคราะห์ฉากทัศน์เป็นแกนกลางในการตัดสินใจลงทุนและการบริหารจัดการความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรเพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อห่วงโซ่คุณค่า และแสวงหาโอกาสท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
แนวทางการดำเนินงาน
บริษัทฯ ดำเนินการวิเคราะห์ตามแนวทางคณะทำงานด้านการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD) โดยอ้างอิงภาพฉายสถานการณ์สากล 2 รูปแบบ
- ฉากทัศน์การเปลี่ยนผ่าน (Transition Scenario - IEA NZE) วิเคราะห์นโยบายควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 5 องศาเซลเซียส ซึ่งมุ่งเน้นการปรับตัวต่อภาษีคาร์บอนและกฎระเบียบการค้าโลก
- ฉากทัศน์ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Scenario - IPCC RCP 8.5) วิเคราะห์ผลกระทบกรณีอุณหภูมิสูงเกิน 2 องศาเซลเซียส ซึ่งมุ่งเน้นการรับมือภัยธรรมชาติรุนแรงและผลกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP)
ผลการดำเนินงาน
จากการประเมินผลกระทบในปี 2568 บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่ชัดเจน ดังนี้
- การบริหารจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน ตระหนักถึงความท้าทายจากข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลที่เข้มงวด จึงเร่งดำเนินกลยุทธ์ Decarbonization ผ่านการลงทุนใน Green Infrastructure และพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์หมุนเวียน เช่น คอลเลกชัน ORBIX เพื่อเปลี่ยนข้อจำกัดด้านกฎระเบียบให้เป็นโอกาสในการตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้า Green Procurement
- การปรับตัวต่อความเสี่ยงทางกายภาพ: บูรณาการแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจร่วมกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยการจัดทำระบบคัดเลือกคู่ค้าสำรองในกลุ่มวัสดุสำคัญ และติดตั้งระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง (Big Fan) เพื่อรักษาผลิตภาพ และสุขอนามัยพนักงานในสภาวะคลื่นความร้อนรุนแรง
กลยุทธ์การปรับตัวและผลกระทบต่อการวางแผนทางการเงิน
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการงบประมาณให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจคาร์บอนต่ำ โดยเริ่มนำปัจจัยด้านความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการพิจารณาแผนรายจ่ายลงทุน (CAPEX) และรายจ่ายดำเนินงาน (OPEX) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายความตกลงปารีส โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการโอนย้ายความเสี่ยงทางการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพของกิจการในสภาวะวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
แนวทางการดำเนินงาน
บริษัทฯ บูรณาการปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับการวางแผนทางการเงิน ผ่านแนวทาง ดังนี้
- การพิจารณาความคุ้มค่าเชิงบูรณาการ ในการวางแผนรายจ่ายฝ่ายทุน บริษัทฯ เริ่มนำปัจจัยด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มาเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การคัดเลือกเทคโนโลยีและเครื่องจักร โดยมุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรที่ต้นทางและมีผลตอบแทนในรูปของการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว
- การวิจัยและพัฒนาเพื่อโอกาสทางธุรกิจ จัดสรรงบประมาณรายจ่ายดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการออกแบบตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อเปลี่ยนความเสี่ยงด้านกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
- การยกระดับมาตรฐานข้อมูลและความโปร่งใส กำหนดงบประมาณสนับสนุนการตรวจวัดและทวนสอบปริมาณก๊าซเรือนกระจกโดยหน่วยงานภายนอกที่ได้รับมาตรฐานสากล เพื่อให้บริษัทฯ มีฐานข้อมูลทางการเงินและสิ่งแวดล้อมที่แม่นยำสำหรับใช้ประกอบการวางแผนกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ
- การบริหารความเสี่ยงเพื่อเสถียรภาพทางการเงิน ดำเนินการโอนย้ายความเสี่ยงผ่านการบริหารจัดการกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่เกี่ยวเนื่องกับสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดผลกระทบต่อกระแสเงินสดและรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ผลการดำเนินงาน
บริษัทฯ ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อตอบสนองต่อกลยุทธ์ความยั่งยืน ดังนี้
- รายจ่ายฝ่ายทุน (CAPEX) เพื่อโครงสร้างพื้นฐานคาร์บอนต่ำ
- Production Consolidation การควบรวมฐานผลิตมาที่บางพลีเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานรวม
- Energy & Resource Efficiency ลงทุนขยายระบบ Solar Rooftop และการยกระดับเครื่องจักรผ่านงานพัฒนาชิ้นส่วนมาตรฐานเพื่อลดการเกิดเศษไม้เหลือทิ้ง
- รายจ่ายดำเนินงาน (OPEX) เพื่อการวิจัยและนวัตกรรม
- Product R&D & Innovation จัดสรรงบประมาณสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์คอลเลกชัน ORBIX ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบตามแนวคิดหมุนเวียนโดยเน้นการใช้วัสดุรีไซเคิลและการออกแบบเพื่อลดคาร์บอนในการขนส่ง
- Transparency & Verification รายจ่ายในการตรวจวัดและทวนสอบข้อมูลก๊าซเรือนกระจกโดยหน่วยงานภายนอก (BSI) เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องและความโปร่งใสของข้อมูลตามมาตรฐานสากล
- การบริหารความเสี่ยงและเสถียรภาพทางการเงิน
- Risk Transfer ดำเนินการโอนย้ายความเสี่ยงทางการเงินผ่านกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินที่ครอบคลุมภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม พายุ เพื่อลดผลกระทบจากการหยุดชะงักของธุรกิจและรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน
การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของภาคีเครือข่ายด้านสภาพภูมิอากาศ
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
โมเดอร์นฟอร์มเชื่อมั่นว่าการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศต้องอาศัยพลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นสร้างภาคีเครือข่ายและความร่วมมือกับองค์กรชั้นนำทั้งในระดับประเทศและระดับสากล โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการก๊าซเรือนกระจกขององค์กรให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
แนวทางการดำเนินงาน
บริษัทฯ กำหนดแนวทางในการสร้างความร่วมมือกับองค์กรด้านสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ ผ่านการเข้าเป็นสมาชิกและมีบทบาทเชิงรุกในเครือข่ายต่าง ๆ ดังนี้
- การยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานผ่านภาคีเครือข่าย เข้าร่วมเป็นสมาชิกในเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (Thailand Supply Chain Network: TSCN) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการความยั่งยืน ร่วมติดตามแนวโน้มกฎระเบียบใหม่ ๆ และนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรให้สอดคล้องกับมาตรฐานของคู่ค้าชั้นนำระดับประเทศ
- การสนับสนุนฐานข้อมูลระดับชาติ ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลด้านก๊าซเรือนกระจก เพื่อนำข้อมูลผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เข้าสู่ระบบรายงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ระดับสากล
ผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้แสดงบทบาทและความก้าวหน้าในการทำงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ดังนี้
- เครือข่ายความร่วมมือด้านความยั่งยืนแห่งประเทศไทย (Thailand Supply Chain Network: TSCN)
- สถานะสมาชิก บริษัทฯ ดำรงสถานะเป็นสมาชิกสามัญของเครือข่าย TSCN ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำ
- บทบาทการมีส่วนร่วม บริษัทฯ มีบทบาทสำคัญในการบูรณาการแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศโดยนำกรอบการดำเนินงานของเครือข่ายมาปรับใช้ในการประเมินและพัฒนาคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำร่วมกัน นอกจากนี้ยังเข้าร่วมประชุมและกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสม่ำเสมอ
- ความสำเร็จจากความร่วมมือระดับภาคี ในปี 2568 บริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัล SX TSCN Award 2568 จากการเข้าร่วมประกวดในเวทีความยั่งยืนระดับภูมิภาค ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโมเดอร์นฟอร์มในการยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของเครือข่ายคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ และถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาระบบการจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในอนาคต
- องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO)
- สถานะสมาชิก บริษัทฯ เป็นองค์กรที่ขึ้นทะเบียนและได้รับการทวนสอบรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ภายใต้มาตรฐานของ อบก.
- บทบาทการมีส่วนร่วม บริษัทฯ มีบทบาทในการสนับสนุนฐานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของประเทศผ่านกระบวนการทวนสอบและรายงานข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซฯ ประจำปีต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย รวมถึงการนำองค์ความรู้และทรัพยากรการเรียนรู้จาก อบก. มาใช้พัฒนาทักษะให้แก่พนักงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การคำนวณและรายงานข้อมูลมีความแม่นยำ
ความสอดคล้องของนโยบายภูมิอากาศและจุดยืนของสมาคมการค้า
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
โมเดอร์นฟอร์มมุ่งมั่นที่จะให้มั่นใจว่าการมีส่วนร่วมทางนโยบายผ่านสมาคมการค้าเป็นไปในทิศทางเดียวกับพันธสัญญาด้านความยั่งยืนขององค์กร โดยมีเป้าหมายเพื่อแสดงจุดยืนเชิงบวกในการสนับสนุนนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศที่มีความก้าวหน้า และป้องกันความเสี่ยงที่นโยบายของสมาคมอาจขัดแย้งกับเป้าหมายการเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำของบริษัทฯ
แนวทางการดำเนินงาน
บริษัทฯ กำหนดกระบวนการติดตามและประเมินความสอดคล้องของนโยบายผ่านสมาคมการค้าที่บริษัทฯ สังกัด โดยเน้นการรักษาความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ ดังนี้
- การประเมินความสอดคล้อง มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามนโยบาย แถลงการณ์ และกิจกรรมของสมาคมการค้า เพื่อประเมินว่ามีการสนับสนุนทิศทางความยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ หรือไม่
- แนวทางการจัดการเมื่อพบความเห็นที่แตกต่าง หากพบว่าจุดยืนของสมาคมขัดแย้งกับนโยบายความยั่งยืนของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ จะยึดถือมาตรฐานและเป้าหมายขององค์กรเป็นหลัก พร้อมทั้งใช้ช่องทางสมาชิกในการนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานของกลุ่มอุตสาหกรรม
ผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการและติดตามความสอดคล้องทางนโยบาย ดังนี้
- ผลการประเมินความสอดคล้อง จากการตรวจสอบจุดยืนของสมาคมการค้าหลัก ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พบว่าสมาคมดังกล่าวมีนโยบายสนับสนุนโมเดลเศรษฐกิจ BCG และเป้าหมาย Carbon Neutrality ของประเทศอย่างชัดเจน ซึ่งมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ความยั่งยืนของบริษัทฯ
- มาตรการจัดการเมื่อพบความไม่สอดคล้อง โมเดอร์นฟอร์มยึดมั่นในหลักการสื่อสารที่สร้างสรรค์และจริงใจ ในกรณีที่ผลการประเมินพบว่าจุดยืนของสมาคมการค้ามีมาตรฐานที่แตกต่างจากเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัทฯ เรามีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
- การสนับสนุนผ่านการแบ่งปันประสบการณ์ บริษัทฯ จะใช้บทบาทสมาชิกในการนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ทำสำเร็จแล้วของบริษัทฯ เพื่อเป็นกรณีศึกษาให้สมาคมฯ นำไปพิจารณายกระดับมาตรฐานของกลุ่มอุตสาหกรรมในภาพรวม
- การรักษาความเป็นอิสระของนโยบายองค์กร บริษัทฯ ยืนยันที่จะดำเนินงานตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ ต่อไป แม้ว่าเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปของสมาคมจะยังไปไม่ถึงระดับดังกล่าว เพื่อรักษาพันธสัญญาที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสีย
- การทบทวนความเหมาะสมของการมีส่วนร่วม หากพบว่าจุดยืนของสมาคมขัดแย้งกับหลักการความยั่งยืนของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ จะประเมินประสิทธิผลของการเข้าร่วมกิจกรรมในหัวข้อนั้น ๆ และพิจารณาลดบทบาทหรือจำกัดระดับการสนับสนุนที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความมุ่งมั่นด้าน ESG ของบริษัทฯ เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรของบริษัทฯ ถูกใช้ไปเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนอย่างแท้จริง
การเปิดเผยข้อมูลตามกรอบมาตรฐานสากล TCFD
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
โมเดอร์นฟอร์มตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่มีความโปร่งใส สม่ำเสมอ และเปรียบเทียบได้ในระดับสากล เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถประเมินความยืดหยุ่นของธุรกิจต่อความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างถูกต้อง บริษัทฯ จึงให้คำมั่นในการยกระดับการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของ Task Force on Climate-related Financial Disclosures (TCFD) เพื่อเชื่อมโยงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับผลกระทบทางการเงินขององค์กรอย่างเป็นระบบ
แนวทางการดำเนินงาน
บริษัทฯ ดำเนินการบูรณาการองค์ประกอบหลัก 4 ด้านของ TCFD เข้ากับกระบวนการรายงานความยั่งยืน โดยมีการสรุปตำแหน่งของข้อมูลสำคัญ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีส่วนได้เสียในการเข้าถึงข้อมูล ดังนี้
ตารางดัชนีเนื้อหาตามแนวทาง TCFD (TCFD Content Index)