จริงหรือไม่? การใช้ประชุมโดยใช้ โซฟา ให้ประสิทธิภาพดีกว่า โต๊ะ

ทำไมการออกแบบออฟฟิศด้วยโซฟาถึงช่วยกระตุ้นไอเดีย Gen Z ได้ดีกว่าโต๊ะห้องประชุมแบบเดิม พร้อมเทคนิคการเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับงาน

ออกแบบออฟฟิศ โต๊ะห้องประชุม

ลองจินตนาการถึงภาพบรรยากาศการประชุมสองรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ภาพแรกคือห้องสี่เหลี่ยมที่มีโต๊ะตัวยาวขนาดใหญ่วางตระหง่านอยู่กลางห้อง ทุกคนนั่งเรียงกันตามลำดับตำแหน่ง หัวโต๊ะถูกจับจองโดยผู้มีอำนาจสูงสุด บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบขรึมและทางการ ตัดภาพมาที่อีกบรรยากาศหนึ่ง ในโซน Hybrid Space ที่มีโซฟานุ่มๆ ดีไซน์โอบรับสรีระอย่างรุ่น HUG หรือ MILLY วางล้อมรอบโต๊ะกาแฟเตี้ยๆ ทุกคนนั่งในท่าทางผ่อนคลาย มีแก้วกาแฟวางอยู่ข้างตัว บรรยากาศดูสบายๆ เหมือนนั่งคุยกันในห้องนั่งเล่น คำถามสำคัญที่คนทำงานรุ่นใหม่โดยเฉพาะ Gen Z มักตั้งข้อสงสัยคือ สถานที่แบบไหนกันแน่ที่ “เวิร์ก” กว่ากัน 

ความต่างระหว่าง โต๊ะห้องประชุม และโซฟา

หากเราวิเคราะห์ตามหลักจิตวิทยาการดีไซน์ โต๊ะห้องประชุม นั้นถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพแห่ง “การตัดสินใจ” ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นทางการ มีโครงสร้างที่ชัดเจน และสะท้อนลำดับชั้นทางอำนาจผ่านตำแหน่งการนั่ง เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้จึงทำหน้าที่บังคับให้ผู้เข้าร่วมประชุมเข้าสู่โหมดจริงจังโดยอัตโนมัติ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการประชุมที่ต้องใช้สมาธิสูง การวิเคราะห์ตัวเลขที่ซับซ้อน หรือวาระการประชุมที่ต้องการการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเพื่อความน่าเชื่อถือ แต่ข้อเสียสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามคือ บรรยากาศที่เคร่งขรึมเช่นนี้มักจะทำลายความคิดสร้างสรรค์ ทำให้พนักงานระดับปฏิบัติการหรือคนรุ่นใหม่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง หรือไม่กล้าเสนอไอเดียที่ยังไม่สมบูรณ์ออกมาเพราะกลัวความผิดพลาด

ในทางตรงกันข้าม โซฟาในบริบทของพื้นที่ทำงานยุคใหม่กลับสะท้อนประสิทธิภาพแห่ง “การสร้างสรรค์” ได้อย่างน่าทึ่ง การเปลี่ยนอิริยาบถจากการนั่งหลังตรงมาเป็นการนั่งเอนหลังในท่าทางที่สบายขึ้น ช่วยส่งสัญญาณให้สมองรู้สึกผ่อนคลายและเปิดกว้าง ที่สำคัญคือการจัดที่นั่งแบบนี้ช่วยลบภาพของหัวโต๊ะออกไป ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความเท่าเทียมและเกิดความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไอเดียพุ่งกระฉูด โซฟาจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการระดมสมองที่ต้องการความคิดนอกกรอบ หรือการพูดคุยที่ต้องการความเข้าอกเข้าใจ ซึ่งช่วยทลายกำแพงระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง ทำให้ Gen Z กล้าที่จะแชร์ไอเดียสดใหม่กับหัวหน้าได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ออกแบบออฟฟิศ ให้เวิร์กด้วยแนวคิด Activity-Based Working

เทคนิคการ "ออกแบบออฟฟิศ" ให้เวิร์กด้วยแนวคิด Activity-Based Working

อย่างไรก็ตาม การ ออกแบบออฟฟิศ ที่ดีที่สุดไม่ได้หมายความว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วทิ้งอีกอย่างไป แต่องค์กรที่ชาญฉลาดจะเลือกผสมผสานพื้นที่ทั้งสองรูปแบบเข้าด้วยกันตามแนวคิด Activity-Based Working หรือการเลือกพื้นที่ให้เหมาะกับเนื้องาน หากต้องการตัดสินใจเรื่องสำคัญก็ควรเดินเข้าห้องประชุมที่มีโต๊ะมาตรฐาน แต่ถ้าต้องการไอเดียใหม่ๆ ก็ควรย้ายวงสนทนาไปที่โซน Hybrid Space การออกแบบห้องประชุมด้วยโซฟานั้นสามารถทำได้โดยการจับคู่กับโต๊ะกาแฟเพื่อสร้าง Creative Lounge หรือเลือกใช้ม้านั่ง (Bench) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการลุกนั่ง แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือฟังก์ชันการใช้งานอย่างปลั๊กไฟและไวท์บอร์ดเคลื่อนที่ เพื่อให้การระดมสมองลื่นไหลไม่มีสะดุด

ออกแบบออฟฟิศ ให้มีพื้นที่ประชุม

สรุป

คำถามที่ว่า การประชุมบนโซฟาดีกว่าโต๊ะจริงหรือไม่ คำตอบคือ “จริง” หากคุณวัดประสิทธิภาพจากจำนวนไอเดียใหม่ๆ หรือระดับการมีส่วนร่วมของพนักงาน เพราะในขณะที่ โต๊ะห้องประชุม คือพื้นที่ของตรรกะและเหตุผล โซฟากลับเป็นพื้นที่ของหัวใจและความคิดสร้างสรรค์ การ ออกแบบออฟฟิศ ยุคใหม่ที่สมบูรณ์แบบจึงจำเป็นต้องมีพื้นที่ทั้งสองส่วนนี้เพื่อรองรับทุกมิติของการทำงาน ลองทลายกรอบเดิมๆ แล้วเริ่มสร้าง Creative Lounge ด้วยเฟอร์นิเจอร์คอลเลกชัน Hybrid Space จาก Modernform เพื่อปลุกพลังการทำงานให้ทีมของคุณวันนี้

Explore Products

ออกแบบห้องประชุมแบบมีโต๊ะห้องประชุม

Next Inspired

ระหว่าง โต๊ะห้องประชุม กับ โต๊ะกาแฟ แบบไหนไอเดียพุ่งกว่า?

ทำไมไอเดียดีๆ มักเกิดนอกห้องประชุม? เปรียบเทียบชัดๆ ระหว่าง โต๊ะห้องประชุม กับ โต๊ะกาแฟ ใน Creative Lounge แบบไหนที่ตอบโจทย์การออกแบบออฟฟิศยุคใหม่

Discover
แชร์