Hybrid Workplace Checklist ออฟฟิศยุคใหม่ต้องมีอะไร?

สร้าง Hybrid Workplace ที่สมบูรณ์ Checklist 3 ด้านที่ต้องมี ทั้งการจัดพื้นที่ Hybrid Workplace, เทคโนโลยีที่จำเป็น และนโยบายที่สนับสนุน เพื่อสร้างออฟฟิศที่ยืดหยุ่น

สร้าง Hybrid Workplace ที่สมบูรณ์

การปรับตัวสู่ Hybrid Workplace ไม่ใช่แค่การอนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้เป็นครั้งคราว แต่มันคือการ "ปฏิวัติ" แนวคิดเกี่ยวกับพื้นที่ออฟฟิศและวิธีการทำงานใหม่ทั้งหมด ออฟฟิศไม่ได้เป็นเพียง "สถานที่" ทำงานอีกต่อไป แต่กลายเป็น "ศูนย์กลาง" ของการทำงานร่วมกันและสร้างวัฒนธรรมองค์กร นี่คือ "เช็กลิสต์" ที่จะช่วยให้องค์กรเห็นภาพรวมและตรวจสอบความพร้อม ว่าต้องเตรียมอะไรบ้างใน 3 ด้านสำคัญ เพื่อสร้าง Hybrid Workplace ที่ประสบความสำเร็จและใช้งานได้จริง

1.การออกแบบพื้นที่ที่ตอบโจทย์ 

หัวใจของการ จัดพื้นที่ Hybrid Workplace คือการเปลี่ยนจากแนวคิด "หนึ่งคนต่อหนึ่งโต๊ะ" (Fixed Desks) มาเป็น "พื้นที่ที่ตอบสนองกิจกรรม" (Activity-Based Working) เช็กลิสต์ด้านพื้นที่จึงต้องเริ่มจากการสร้างความหลากหลายของพื้นที่ทำงาน (Variety of Workspaces) ออฟฟิศต้องมี Collaboration Zone หรือโซนทำงานร่วมกันที่ออกแบบมาเพื่อการระดมสมองโดยเฉพาะ ขณะเดียวกัน ก็ต้องมี Focus Pods หรือพื้นที่ทำงานส่วนตัวขนาดเล็ก สำหรับงานที่ต้องการสมาธิสูง ปราศจากเสียงรบกวน และที่ขาดไม่ได้คือ Hot Desks หรือโต๊ะทำงานส่วนกลาง สำหรับพนักงานที่สลับวันเข้าออฟฟิศ

เพื่อให้พื้นที่เหล่านี้ใช้งานได้จริง ออฟฟิศจำเป็นต้องมีเฟอร์นิเจอร์ที่ยืดหยุ่น (Agile Furniture) เช่น โต๊ะและเก้าอี้มีล้อเลื่อนที่เคลื่อนย้ายง่าย หรือพาร์ทิชันที่สามารถปรับเปลี่ยน Layout ได้ตามจำนวนคนที่เข้ามาใช้งานในวันนั้นๆ และเมื่อพนักงานไม่มีโต๊ะประจำ องค์กรจึงจำเป็นต้องจัดเตรียมพื้นที่เก็บของส่วนตัว (Personal Storage) เช่น Locker ที่เพียงพอสำหรับทุกคน

สุดท้ายคือห้องประชุมต้องรองรับการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid-Ready Meeting Rooms) นี่คือจุดที่สำคัญมาก ห้องประชุมต้องถูกออกแบบให้คนที่เข้าประชุมจากที่บ้าน (Remote) รู้สึกเท่าเทียมกับคนที่อยู่ในห้อง (In-person) ต้องมีการติดตั้งระบบ Video Conference คุณภาพสูง ไมโครโฟนรอบทิศทางที่จับเสียงได้ชัดเจน และจอขนาดใหญ่ เพื่อสร้าง Hybrid Space ที่เชื่อมต่อทุกคนไว้ด้วยกัน

2.เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อทุกคน

การ จัดพื้นที่ Hybrid Workplace ที่ยืดหยุ่นจะไร้ความหมายหากขาดเทคโนโลยีที่สนับสนุน องค์กรต้องมีระบบจองโต๊ะและห้องประชุม (Booking System) ที่ใช้งานง่าย พนักงานควรสามารถวางแผนและจองพื้นที่ล่วงหน้าได้ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อให้การจัดการพื้นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ถัดมาคือเครื่องมือสื่อสารครบวงจร (Unified Communication Tools) องค์กรต้องมีแพลตฟอร์มหลักสำหรับการ Chat, Call และ Meeting ที่ทุกคนในบริษัทเข้าถึงได้จากทุกที่ ทุกอุปกรณ์ เพื่อให้การสื่อสารไม่สะดุด และที่สำคัญที่สุดคือ ระบบคลาวด์ (Cloud-Based System) ข้อมูลและเอกสารทั้งหมดของบริษัทต้องอยู่บนคลาวด์ที่ปลอดภัย เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงไฟล์งานที่จำเป็นได้ไม่ว่าจะทำงานจากที่ไหนก็ตาม

สร้าง Hybrid Workplace ออฟฟิศยุคใหม่

3.วัฒนธรรมและนโยบายที่สนับสนุน

พื้นที่และเทคโนโลยีคือเครื่องมือ แต่วัฒนธรรมและนโยบายคือคู่มือการใช้งาน องค์กรต้องมีกฎการทำงานแบบไฮบริดที่ชัดเจน (Clear Hybrid Policy) ไม่คลุมเครือ ต้องระบุให้ชัดเจนว่าคาดหวังให้พนักงานเข้าออฟฟิศกี่วันต่อสัปดาห์ มีช่วงเวลาทำงานหลัก (Core Hours) ที่ทุกคนต้องพร้อมติดต่อสื่อสารหรือไม่

นอกจากกฎแล้ว ต้องสร้างการสื่อสารที่เท่าเทียม (Inclusive Communication) ผู้บริหารและหัวหน้าทีมต้องใส่ใจเป็นพิเศษที่จะทำให้แน่ใจว่าพนักงานที่ WFH จะไม่พลาดข้อมูลสำคัญ ไม่กลายเป็นพลเมืองชั้นสอง และได้รับโอกาสในการเติบโตเท่าเทียมกับคนที่เข้าออฟฟิศ

และในส่วนสุดท้ายที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม คือการวัดผลจากผลงาน (Performance-Based Evaluation) องค์กรต้องเปลี่ยนความคิดจากการวัดผลด้วยชั่วโมงการทำงาน หรือการมองเห็นว่านั่งอยู่ที่โต๊ะ มาเป็นการวัดที่ผลลัพธ์ของงาน (Output) อย่างแท้จริง เพื่อสร้างความไว้วางใจ (Trust) ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของ Hybrid Workplace

คำถามที่พบบ่อย

(Q1) ใน 3 Checklist นี้ ส่วนไหนสำคัญที่สุดและควรเริ่มทำก่อน?

ทั้ง 3 ส่วนต้องทำไปพร้อมกัน แต่ส่วนที่ต้องวางรากฐานก่อนคือ "นโยบายและวัฒนธรรม" เพราะนโยบายจะเป็นตัวกำหนดว่าองค์กรต้องการให้คนทำงานร่วมกันอย่างไร ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบพื้นที่  และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม

(Q2) ทำอย่างไรให้พนักงานที่ WFH ไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งหรือพลาดโอกาส?

นี่คือความท้าทายหลักของ Hybrid Workplace ต้องเน้นที่ "การสื่อสารที่เท่าเทียม" เช่น ทุกการประชุมต้องมี VDO Conference เสมอ แม้ว่าจะมีคน WFH แค่คนเดียว, สรุปข้อมูลสำคัญส่งเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ และหัวหน้าทีมต้องตั้งใจจัดเวลา 1-on-1 กับลูกทีมที่อยู่ห่างไกลเป็นประจำ

(Q3) Hot Desk จำเป็นสำหรับทุกออฟฟิศไฮบริดหรือไม่? 

ไม่จำเป็น 100% แต่ "แนะนำอย่างยิ่ง" ครับ การคงโต๊ะประจำไว้ในระบบไฮบริด (ที่คนเข้าไม่พร้อมกัน) ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองพื้นที่อย่างมหาศาล การเปลี่ยนมาใช้ Hot Desk จะช่วยประหยัดพื้นที่และค่าใช้จ่าย ทำให้องค์กรสามารถนำพื้นที่ที่เหลือไปสร้าง Hybrid Space รูปแบบอื่นที่มีประโยชน์มากกว่า เช่น Collaboration Zone หรือ Focus Pods ได้

Hybrid Workplace

สรุป

การสร้าง Hybrid Workplace ที่สมบูรณ์ ไม่สามารถเน้นเพียงด้านใดด้านหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างลงตัวของทั้ง 3 ส่วน: การ จัดพื้นที่ Hybrid Workplace ที่ยืดหยุ่น, เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อถึงกัน และวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนความไว้วางใจ

เช็กลิสต์นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ดี องค์กรควรมองว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงที่ต้องมีการปรับปรุงอยู่เสมอ โดยรับฟังความคิดเห็นของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาพัฒนาออฟฟิศไฮบริดให้ตอบโจทย์การทำงานและความสุขของทีมได้อย่างยั่งยืน

พร้อมสร้างสรรค์พื้นที่ทำงานที่ "ใส่ใจคน" และช่วยลดความเครียดแล้วหรือยัง? ให้ Modernform Hybrid Space ช่วยออกแบบพื้นที่สำหรับการ พัก คุย คิด ที่ลงตัว เปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กรและสร้างพื้นที่ที่ทำให้พนักงาน ‘รู้สึกดี’ ตั้งแต่ก้าวแรก ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ Smart Workplace จาก Modernform เพื่อค้นหาโซลูชันที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้

Explore Products

ออกแบบออฟฟิศยุคใหม่

Next Inspired

เทคโนโลยี + ดีไซน์: สูตรสำเร็จออกแบบออฟฟิศยุคใหม่

ออกแบบออฟฟิศยุคใหม่ ไม่ใช่แค่สวย แกะสูตรสำเร็จการผสาน "เทคโนโลยี" และ "ดีไซน์" ในการ ออกแบบออฟฟิศ ตั้งแต่ระบบจองที่นั่งอัจฉริยะจนถึงสภาพแวดล้อม

Discover
แชร์