เปลี่ยนบรรยากาศออฟฟิศให้น่าอยู่เหมือนนั่งทำงานที่บ้าน

ทำไมออฟฟิศน่าเบื่อ? นำเสนอแนวคิด Resimercial Design เปลี่ยนออฟฟิศให้สบายเหมือนบ้านด้วย 4 องค์ประกอบ เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ทำให้พนักงานอยากมาทำงาน

ตกแต่งออฟฟิศ ให้น่าอยู่เหมือนบ้าน

เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมหลายคนถึงรู้สึกว่าทำงานจากที่บ้านได้ผลงานดี? คำตอบส่วนหนึ่งไม่ได้อยู่ที่ความเงียบ แต่อยู่ที่ "ความสบาย" และ "ความเป็นส่วนตัว" สภาพแวดล้อมที่บ้านนั้นปรับตัวเข้าหาเรา ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองได้มากกว่า คำถามท้าทายสำหรับองค์กรในวันนี้คือ แล้วจะทำอย่างไรให้ "ออฟฟิศ" ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง สามารถมอบบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าอยู่เหมือนบ้านได้?

คำตอบอยู่ที่แนวคิด "Resimercial Design" ซึ่งมาจากการผสมผสานคำว่า Residential (ที่อยู่อาศัย) และ Commercial (เชิงพาณิชย์) นี่ไม่ใช่แค่เทรนด์การ ตกแต่งออฟฟิศ ที่ฉาบฉวย แต่คือกลยุทธ์การออกแบบที่ชาญฉลาด โดยนำองค์ประกอบของบ้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบาย และเป็นกันเอง มาใช้ในการออกแบบพื้นที่ทำงาน เพื่อสร้างสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างการทำงานอย่างมืออาชีพและความรู้สึกผ่อนคลาย

ทำไมต้องทำออฟฟิศให้ "น่าอยู่" เหมือนบ้าน?

การเปลี่ยนออฟฟิศที่เคยแข็งกระด้างให้มีบรรยากาศเหมือนบ้าน ส่งผลดีต่อองค์กรมากกว่าที่คิด ประการแรกคือการช่วยลดความเครียดและเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ บรรยากาศที่ผ่อนคลาย ไม่กดดันเหมือนที่ทำงานแบบดั้งเดิม จะช่วยลดระดับความเครียดของพนักงาน เมื่อสมองปลอดโปร่ง ก็ย่อมเปิดรับไอเดียใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น

ประการที่สองคือการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Sense of Belonging) เมื่อออฟฟิศไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือน "โรงงาน" ที่เข้ามาตอกบัตร แต่ให้ความรู้สึกเหมือน "บ้านหลังที่สอง" หรือ "คลับ" ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย พนักงานจะรู้สึกผูกพันกับสถานที่และองค์กรมากขึ้น พวกเขาจะ อยาก เดินทางเข้ามาที่ออฟฟิศ ไม่ใช่แค่ ต้อง มา

ประการสุดท้าย คือการดึงดูดและรักษาคนเก่ง (Talent Attraction & Retention) ในตลาดแรงงานปัจจุบัน ออฟฟิศที่สวยงามและน่าอยู่ ถือเป็นหนึ่งในสวัสดิการที่สำคัญและจับต้องได้มากที่สุด มันสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่คนรุ่นใหม่ใช้ในการตัดสินใจเลือกที่ทำงาน

4 องค์ประกอบสำคัญ เปลี่ยนออฟฟิศให้เป็น 'บ้านหลังที่สอง'

การจะเปลี่ยนออฟฟิศให้มีกลิ่นอายของบ้านนั้น ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบหลัก 4 ด้านดังนี้

โซนพักผ่อนส่วนกลาง

นี่คือหัวใจสำคัญของการสร้างความรู้สึก "เหมือนบ้าน" องค์กรต้องเปลี่ยนแนวคิดจาก "โซนรับแขก" ที่เป็นทางการ มาเป็น "ห้องนั่งเล่น" ที่ทุกคนใช้ได้จริง

ในด้านเฟอร์นิเจอร์ ควรหลีกเลี่ยงชุดรับแขกหนังสีดำที่แข็งทื่อ และหันมาเลือกใช้โซฟาผ้าที่นุ่มสบาย, อาร์มแชร์ดีไซน์สวย, และโต๊ะกลางที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น การเพิ่มพรมปูพื้นและหมอนอิง จะช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและกำหนดขอบเขตของพื้นที่ได้ทันที โซนนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับแขกเท่านั้น แต่พนักงานควรสามารถมาใช้เพื่อประชุมกลุ่มย่อยแบบไม่เป็นทางการ หรือนั่งพักผ่อนเปลี่ยนอิริยาบถได้

ในส่วนของ Pantry & Kitchen หรือโซนครัว ก็ต้องทำให้เป็นมากกว่าที่ล้างแก้ว ควรยกระดับให้เป็นเหมือน "คาเฟ่" หรือ "ครัวส่วนกลาง" ในบ้าน อาจลงทุนกับเครื่องชงกาแฟดีๆ มีขนมหรือผลไม้เล็กๆ น้อยๆ จัดเตรียมไว้ ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนร้านกาแฟ เช่น โต๊ะบาร์สูง หรือโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่ทุกคนสามารถมานั่งทานอาหารกลางวันร่วมกันได้ การ ตกแต่งออฟฟิศ ในโซนนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพูดคุยข้ามสายงานอย่างเป็นธรรมชาติ

ตกแต่งออฟฟิศอย่างไรให้น่าอยู่เหมือนบ้าน

มุมทำงาน

แม้จะเน้นความสบาย แต่พื้นที่ทำงานหลักก็ยังต้องส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน เราสามารถลดทอนความรู้สึกแข็งกระด้างลงได้ด้วยการเลือกใช้วัสดุ การ จัดโต๊ะทํางาน ออฟฟิศ แบบเดิมๆ ที่ใช้โต๊ะเหล็กหรือลามิเนตสีขาวโพลน อาจเปลี่ยนมาเป็นโต๊ะที่มีผิวสัมผัสเหมือนไม้จริง หรือใช้สีเอิร์ธโทน จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายตามากขึ้น

สิ่งสำคัญอีกประการคือการอนุญาตให้พนักงานสามารถตกแต่งโต๊ะของตัวเองได้เล็กน้อย เช่น การวางกรอบรูป หรือต้นไม้เล็กๆ เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวเหมือนมุมทำงานในห้องหนังสือที่บ้าน อย่างไรก็ตาม กุญแจสำคัญคือการต้องมีระบบการ จัดระเบียบออฟฟิศ ที่ดีรองรับ องค์กรควรจัดเตรียมที่เก็บของส่วนตัว เช่น ลิ้นชักใต้โต๊ะ หรือตู้ล็อกเกอร์ที่เพียงพอ เพื่อให้พนักงานสามารถเก็บของให้เป็นระเบียบได้ การ จัดโต๊ะทํางาน ออฟฟิศ ที่ดีคือการสร้างสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและความสะอาดตา เพื่อไม่ให้ความสบายกลายเป็นความรก

พื้นที่สีเขียว

ธรรมชาติคือองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในบ้าน การนำหลักการ Biophilic Design หรือการออกแบบที่ผสานธรรมชาติเข้ามาใช้ จะช่วยเยียวยาจิตใจได้อย่างมหาศาล องค์กรควรนำต้นไม้ฟอกอากาศขนาดใหญ่มาวางตามมุมต่างๆ ของออฟฟิศ หรือใช้ไม้กระถางเล็กๆ วางบนชั้นวางของ เพื่อเพิ่มความสดชื่นและเป็นจุดพักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

นอกจากนี้ ต้องพยายามเปิดรับแสงธรรมชาติให้ได้มากที่สุด จัดวาง Layout ให้โต๊ะทำงานและพื้นที่ส่วนกลางอยู่ใกล้หน้าต่าง หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์สูงทึบมาบดบังแสง และหากออฟฟิศมีพื้นที่ระเบียง ควรใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่ จัดเป็นมุมพักผ่อนเล็กๆ พร้อมเก้าอี้สบายๆ ให้พนักงานได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์

แสงและของตกแต่ง

ข้อผิดพลาดของการออกแบบออฟฟิศแบบดั้งเดิม คือการใช้ไฟฟลูออเรสเซนต์สีขาวสว่างจ้า (Cool White) เพียงแหล่งเดียว ซึ่งทำให้บรรยากาศดูแบนราบและกดดัน การ ตกแต่งออฟฟิศ ให้เหมือนบ้านต้องใช้เทคนิค "Layered Lighting" หรือการจัดแสงหลายชั้น

ควรเปลี่ยนมาใช้แสงไฟสี Warm White (ประมาณ 2700K-3000K) เป็นหลัก หรือผสมผสานกัน ใช้ไฟสว่างสำหรับพื้นที่ทำงาน แต่เพิ่มแสงไฟเฉพาะจุด (Accent Lighting) ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เช่น โคมไฟตั้งพื้นในมุมห้องนั่งเล่น, โคมไฟตั้งโต๊ะในจุดทำงานร่วมกัน, หรือโคมไฟระย้าดีไซน์สวยเหนือโต๊ะใน Pantry แสงไฟที่นุ่มนวลและมีมิติจะเปลี่ยนความรู้สึกของออฟฟิศได้ทันที

สุดท้ายคือการเพิ่มของตกแต่งที่สร้างบรรยากาศ เช่น การติดตั้งชั้นวางหนังสือ (ที่ไม่ได้มีแค่แฟ้มเอกสาร), การใช้พรมเพื่อเพิ่มความนุ่มนวล, หรือการเลือกภาพศิลปะบนผนังแทนป้ายประกาศกฎระเบียบ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่ม "บุคลิก" และ "ความเป็นมนุษย์" ให้กับพื้นที่

คำถามที่พบบ่อย

(Q1) ออฟฟิศที่สบายเหมือนบ้าน จะทำให้พนักงานขี้เกียจหรือไม่?

ไม่จริง ในทางกลับกัน สภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายและลดความเครียดจะช่วยเพิ่มสมาธิ (Focus) และแรงจูงใจในการทำงาน ความเป็นมืออาชีพนั้นมาจากวัฒนธรรมองค์กรและเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ได้มาจากเก้าอี้ที่นั่งไม่สบายหรือบรรยากาศที่กดดัน

(Q2) หากมีงบประมาณจำกัด ควรเริ่ม ตกแต่งออฟฟิศ จากจุดไหนก่อน?

หากมีงบจำกัด ให้เริ่มจาก 3 สิ่งที่สร้างผลกระทบสูงในราคาประหยัด

  1. เปลี่ยนแสงไฟ (เปลี่ยนหลอดไฟเป็น Warm White) 
  2. เพิ่มต้นไม้จริง และ 
  3. จัดระเบียบออฟฟิศ (Decluttering) 

การทิ้งของที่ไม่จำเป็นและจัดเก็บสายไฟให้เรียบร้อยแทบไม่ต้องใช้เงิน แต่ช่วยให้พื้นที่ดูดีขึ้นทันที

(Q3) จะสร้างสมดุลระหว่างการ จัดโต๊ะทํางาน ออฟฟิศ ให้เป็นส่วนตัว กับการคุมภาพรวมให้สะอาดตาได้อย่างไร?

ควรกำหนดนโยบายที่ชัดเจน เช่น อนุญาตให้วางของส่วนตัวได้ 2-3 ชิ้น (เช่น กรอบรูป, แก้วน้ำ, ต้นไม้เล็ก) แต่ไม่อนุญาตให้ติดโปสเตอร์หรือวางของจนรก และสิ่งสำคัญคือ องค์กรต้องจัดเตรียม "ที่เก็บของ" ที่เพียงพอ (เช่น ลิ้นชัก หรือ Locker) ให้พนักงาน เพื่อให้พวกเขาสามารถเก็บของส่วนตัวและเอกสารให้พ้นสายตาได้

ฮาวทู ตกแต่งออฟฟิศ ให้น่าอยู่เหมือนบ้าน

สรุป

การปรับเปลี่ยนออฟฟิศให้มีบรรยากาศน่าอยู่เหมือนบ้าน ไม่ใช่การลดทอนความเป็นมืออาชีพ หรือการส่งเสริมให้พนักงานขี้เกียจ แต่คือการเพิ่ม "ความเป็นมนุษย์" และความใส่ใจเข้าไปในที่ทำงาน มันคือการยอมรับว่าสภาพแวดล้อมที่ดีส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตและความคิดสร้างสรรค์

การจะทำเช่นนี้ให้สำเร็จ องค์กรต้องวางแผนการ จัดระเบียบออฟฟิศ ควบคู่กันไป เพื่อให้ความสบายนั้นอยู่ภายใต้ความเรียบร้อยและส่งเสริมการทำงาน การลงทุนกับบรรยากาศที่ดี คือการลงทุนในความสุข ความผูกพัน และความสำเร็จของทีมในระยะยาวอย่างแท้จริง

Explore Products

ออกแบบสำนักงาน จัดสเปซที่ทีมต้องการ

Next Inspired

จัดสเปซออฟฟิศให้ลงตัว สร้างมุมทำงานหลากหลายสไตล์

ออฟฟิศยุคใหม่ต้องมีมากกว่าโต๊ะทำงาน! เรียนรู้หลักการ ออกแบบสำนักงาน โดยแบ่งโซน (Zoning) และสร้าง 5 มุมทำงานที่จำเป็น ตั้งแต่มุมสมาธิจนถึงโซน Collaboration

Discover
แชร์