การบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากร
การบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากร
บริษัทฯ ตระหนักว่าการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าสูงสุดเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินงานที่ยั่งยืนและเป็นไปตามหลักการ Operational Excellence โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุน การใช้พลังงานสะอาด และการสร้างวัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าในทุกระดับขององค์กร
นโยบายด้านพลังงาน
บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีนโยบายด้านพลังงานที่มุ่งมั่นลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงาน โดยกำหนดนโยบาย ไว้ดังนี้
- บริษัทฯ จะดำเนินการและพัฒนาระบบการจัดการพลังงานอย่างเหมาะสม โดยกำหนดให้การอนุรักษ์พลังงานเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- บริษัทฯ จะดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงานขององค์กรอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับธุรกิจเทคโนโลยีที่ใช้และแนวทางการปฏิบัติงาน
- บริษัทฯ จะกำหนดแผนและเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานในแต่ละปีและสื่อสารให้พนักงานทุกคนเข้าใจและปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
- บริษัทฯ ถือว่าการอนุรักษ์พลังงานเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารทุกระดับและพนักงานทุกคนที่จะร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์
- บริษัทฯ จะสนับสนุนทรัพยากรบุคคล งบประมาณ เวลาในการทำงาน การฝึกอบรม และการมีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อคิดเห็นเพื่อพัฒนางานด้านพลังงานและดำรงรักษาระบบการจัดการพลังงานไว้อย่างต่อเนื่อง
การบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management)
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
บริษัทฯ มีนโยบายด้านพลังงานที่มุ่งมั่นลดการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งดั้งเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าในโรงงานและสำนักงาน ซึ่งเป็นแหล่งใช้พลังงานหลักขององค์กร โดยกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 5% ภายในปี 2573 พร้อมมุ่งสู่การเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำ
แนวทางดำเนินงาน
บริษัทฯ กำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านพลังงานเป็น 2 ส่วนหลัก คือ มาตรการเชิงเทคนิค และมาตรการสร้างจิตสำนึกของพนักงาน
- มาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) มุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของอุปกรณ์หลัก ได้แก่
- การติดตั้งพัดลม Big Fan ประสิทธิภาพสูง เพิ่มเติมจำนวน 2 ตัว ในสายการผลิตงานหุ้ม เพื่อลดภาระการทำงานของระบบปรับอากาศ
- การเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศ เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเป็นรุ่นที่มีค่าประสิทธิภาพสูง (High EER/SEER)
- การบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียน (Solar Rooftop) บำรุงรักษาระบบที่มีอยู่ให้ทำงานได้เต็มศักยภาพสูงสุด และแสวงหาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
- มาตรการสร้างจิตสำนึก (Employee Engagement) รณรงค์ผ่านแคมเปญ '4 ป. Save ค่าไฟได้ทุกเดือน' ซึ่งมุ่งเน้นการปฏิบัติที่ทำได้ง่ายและเห็นผลจริงในกิจวัตรประจำวัน ได้แก่ ปิดไฟ, ปิด/ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารทุกระดับ

แคมเปญรณรงค์ประหยัดพลังงาน '4 ป. Save ค่าไฟได้ทุกเดือน' เพื่อสร้างจิตสำนึกและวัฒนธรรมการอนุรักษ์พลังงานในที่ทำงาน โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติที่ทำได้ง่ายและเห็นผลจริงในกิจวัตรประจำวัน 

การบริหารจัดการเชื้อเพลิง (Fuel Management - Scope 1 Reduction)
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
บริษัทฯ มุ่งมั่นในการลดการใช้เชื้อเพลิงในกลุ่ม Scope 1 โดยยึดหลัก Logistics Efficiency และการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยเพื่อให้การขนส่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความปลอดภัยสูงสุด
พนักงานขับรถและทีมติดตั้งดำเนินการ Daily Checklist ตรวจสอบความพร้อมของรถจัดส่งสินค้า 100% ทุกเช้าก่อนออกปฏิบัติงาน
แนวทางดำเนินงาน
- การบริหารจัดการรถขนส่งอย่างยั่งยืน
ดำเนินการตาม "วงจรการขนส่งอัจฉริยะ (Smart Logistics Loop)" ซึ่งประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก คือ Maintenance (ตรวจสอบสภาพ 100%), Loading (Maximize Space), Route (Optimization), และ Monitoring (ติดตามผลการใช้น้ำมัน)
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
กำหนดให้พนักงานขับรถและทีมติดตั้งตรวจสอบสภาพรถยนต์เบื้องต้น 100% ทุกเช้าก่อนออกเดินทาง เพื่อลดการสูญเสียเชื้อเพลิงจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์
- การเตรียมความพร้อมสู่การขนส่งคาร์บอนต่ำ
ศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนยานพาหนะเป็น EV เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050
การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามหลักการ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) แม้กระบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์จะไม่ได้ใช้น้ำอย่างเข้มข้น แต่เพื่อรักษาความมั่นคงทางทรัพยากรให้สอดคล้องกับเป้าหมาย SDG 6 บริษัทฯ จึงได้กำหนดเป้าหมายการจัดการทรัพยากรน้ำที่มีกำหนดเวลาแน่นอน ดังนี้
- เป้าหมายเชิงกระบวนการ มุ่งเน้นการยกระดับระบบการจัดเก็บสถิติและตรวจสอบข้อมูลการใช้น้ำโดยตั้งเป้าหมายติดตั้งระบบมาตรวัดน้ำแยกรายอาคารและหน่วยงานปฏิบัติการหลักให้ครบถ้วน 100% ภายในปี 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินสำรวจ ตรวจสอบแนวท่อรั่วซึมประจำเดือนและสามารถระบุจุดสูญเสียน้ำในระบบสุขาภิบาลได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที
- เป้าหมายเชิงปริมาณ ตั้งเป้าหมายลดค่าความเข้มข้นของการใช้น้ำลงร้อยละ 5 ภายในปี 2570 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 โดยขับเคลื่อนผ่านการกำหนดเป้าหมายย่อยร่วมกับหน่วยงานปฏิบัติการเพื่อสร้างความรับผิดชอบร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดังนี้
- สายการผลิต มุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการและกำหนดเป้าหมายลดสัดส่วนการใช้น้ำในกิจกรรมสนับสนุนการผลิตลงร้อยละ 5 ภายในปี 2570
- สายงานโลจิสติกส์ กำหนดมาตรการควบคุมการใช้น้ำในพื้นที่จัดเตรียมและล้างทำความสะอาดรถขนส่งสินค้าอย่างเข้มงวด พร้อมระบบตรวจสอบการรั่วซึมประจำเดือนเพื่อควบคุมเป้าหมายการลดปริมาณการใช้น้ำลงร้อยละ 5 ให้ได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้
แนวทางดำเนินงาน
บริษัทฯ ดำเนินงานผ่านกลไกการควบคุมและการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรน้ำ ดังนี้
- การควบคุมและรณรงค์เชิงรุก บังคับใช้ "8 มาตรการประหยัดน้ำในองค์กร" อย่างเข้มงวด และมีการสุ่มตรวจจุดรั่วซึมรายเดือน
- การบริหารจัดการน้ำทิ้งและระบบสุขาภิบาล
บริษัทฯ ควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งจากกิจกรรมการอุปโภคบริโภคของพนักงานผ่านระบบถังบำบัดน้ำเสียอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจสอบและส่งตรวจคุณภาพน้ำทิ้งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทิ้งทั้งหมดผ่านมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด 100% ก่อนระบายออกสู่ภายนอก
- การสื่อสาร
ผ่านระบบแจ้งเหตุแบบบูรณาการ (Omni-channel) และการรายงานผลต่อหน่วยงานราชการทุก 3 เดือน
ผลการดำเนินงาน
- ผลลัพธ์เชิงปริมาณ ปริมาณการใช้น้ำรวมในปี 2568 คือ 24,049 ลบ.ม. (สูงกว่าปี 2567 เนื่องจากการขยายตัวทางธุรกิจ)
- ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ คุณภาพน้ำทิ้ง (Effluent Quality) ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 100%


บทวิเคราะห์และแนวทางการบริหารจัดการความผันผวน
ปริมาณการใช้น้ำรวมในปี 2568 มีจำนวน 24,049 ลบ.ม. เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.6 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการควบรวมฐานการผลิตมาที่ศูนย์บางพลี ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว ทั้งนี้ ในช่วงการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว บริษัทฯ อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบบริหารจัดการน้ำให้รองรับกับปริมาณการใช้งานในพื้นที่ใหม่ที่เพิ่มขึ้น
เนื่องจากลักษณะกระบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์ของบริษัทฯ เป็น กระบวนการแบบแห้งที่ไม่มีการใช้น้ำในไลน์เครื่องจักรโดยตรง น้ำส่วนใหญ่ร้อยละ 100 จึงถูกใช้ไปเพื่อการอุปโภคบริโภคและระบบสุขาภิบาลของบุคลากรภายในองค์กร บริษัทฯ จึงได้จัดเตรียมระบบมาตรการเชิงรุกเพื่อควบคุมเป้าหมายความเข้มข้น (Intensity Target) สำหรับปีถัดไป ดังนี้
- มาตรการควบคุมเชิงจุดปฏิบัติงาน เริ่มนำร่องระบบตรวจวัดและควบคุมหัวจ่ายน้ำ (Nozzle Control) และมาตรการล้างทำความสะอาดในจุดเสี่ยงที่มีการใช้น้ำสูง เช่น ฝ่ายโลจิสติกส์และจุดล้างรถขนส่ง
- มาตรการ Preventive Maintenance เพิ่มความถี่ในการเดินสำรวจและตรวจสอบรอยรั่วซึมของท่อน้ำและระบบสุขาภิบาลภายในสถานประกอบการทุกเดือนเพื่อลดปริมาณน้ำสูญเสียที่ไม่ได้เกิดประโยชน์จริง
การบริหารจัดการทรัพยากรวัตถุดิบและวัสดุอย่างยั่งยืน
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยึดมั่นในหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) เพื่อลดปริมาณการดึงทรัพยากรใหม่มาใช้ในระบบการผลิต บริษัทฯ จึงกำหนดเป้าหมายเชิงรุกเพื่อยกระดับความโปร่งใสด้านวัสดุ ดังนี้
1.การรักษามาตรฐานวัตถุดิบไม้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลและถูกกฎหมายร้อยละ 100 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการจัดซื้อวัตถุดิบแผ่นไม้ประกอบ (Panel Board) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ จากคู่ค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล FSC (Forest Stewardship Council) หรือ PEFC ครบร้อยละ 100 ของปริมาณการจัดซื้อทั้งหมด ซึ่งเป็นการรับประกันความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ แหล่งที่มาของไม้จากป่าปลูกหมุนเวียนเชิงพาณิชย์ และเป็นวัตถุดิบไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมายป่าไม้ร้อยละ 100 โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะ รักษามาตรฐานการจัดซื้อวัตถุดิบสีเขียวนี้ให้ครอบคลุมร้อยละ 100 อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการยุติการตัดไม้ทำลายป่าตลอดห่วงโซ่อุปทาน
2.การตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เก้าอี้สำนักงาน โดยมุ่งเน้นการจัดเก็บข้อมูลสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลและแหล่งที่มาของวัสดุให้ครอบคลุม ร้อยละ 100 ภายในปี 2569 เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มสัดส่วนวัสดุหมุนเวียนให้สูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
3.การรักษามาตรฐานและควบคุมของเสียจากวัตถุดิบระยะยาว (Target 2026-2031) บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายอย่างต่อเนื่องในการรักษาเสถียรภาพและควบคุมอัตราการเกิดเศษวัสดุไม้เหลือทิ้งในกระบวนการผลิต ไม่ให้เกินร้อยละ 3.00 ของปริมาณการใช้ไม้ทั้งหมดในทุก ๆ ปี ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการตัดให้เข้าใกล้แนวคิดความสูญเสียเป็นศูนย์
แนวทางการดำเนินงาน
- นวัตกรรมการวางแผนและการออกแบบเพื่อความยั่งยืน (Opti planning & Eco-design): บูรณาการแนวคิด Eco-design ในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยคัดเลือกวัสดุที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิล ออกแบบให้โครงสร้างมีความทนทาน ซ่อมบำรุงเปลี่ยนอะไหล่ได้ง่าย ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีระบบวางแผนการตัดอัจฉริยะ (Opti planning Software) มาใช้คำนวณการจัดวางชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ลงบนแผ่นไม้ประกอบอย่างแม่นยำก่อนส่งเข้าเครื่องจักรตัดจริง เพื่อลดการเกิดเศษไม้เหลือทิ้งหน้างานตั้งแต่ขั้นตอนแรก
- การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานสีเขียว บูรณาการเกณฑ์ความยั่งยืนเข้ากับนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง โดยกำหนดให้การตรวจสอบที่มาของวัตถุดิบเป็นปัจจัยหลักในการคัดเลือกและประเมินคู่ค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในห่วงโซ่อุปทาน
ผลการดำเนินงาน
- ประสิทธิภาพการบริหารจัดการและใช้วัตถุดิบไม้สูงสุด จากการใช้ซอฟต์แวร์ Opti planning ร่วมกับเทคโนโลยีการผลิตที่แม่นยำ ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถควบคุมปริมาณเศษวัสดุไม้เหลือทิ้งจากกระบวนการตัดหน้างานให้ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 25 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายควบคุมไม่เกินร้อยละ 3.00
- การสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศ บรรลุสัดส่วนการจัดซื้อวัตถุดิบภายในประเทศสูงถึง ร้อยละ 95.29 ของมูลค่าการจัดซื้อรวม เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 88.66 ในปี 2567 ซึ่งช่วยลดผลกระทบด้านก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งระหว่างประเทศและสนับสนุนผู้ประกอบการในท้องถิ่น

ความท้าทาย ปัญหา และแนวทางแก้ไขในกระบวนการทำงาน
แม้บริษัทฯ จะสามารถควบคุมอัตราเศษไม้เหลือทิ้งให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าเป้าหมายควบคุมได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในหน้างานปฏิบัติจริงยังคงเผชิญความท้าทายจากคุณลักษณะของแผ่นไม้ประกอบบางล็อตที่มีความหนาไม่สม่ำเสมอ หรือความซับซ้อนของรูปแบบสินค้าสั่งตัดที่มีความหลากหลาย ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความคลาดเคลื่อนและเศษวัสดุหน้าไม้ บริษัทฯ จึงได้วางแนวทางแก้ไขเชิงรุกไว้ ดังนี้
- การพัฒนาทักษะหน้างานและการควบคุมความผิดพลาด มุ่งเน้นการทบทวนและฝึกอบรมพนักงานในไลน์ตัดไม้เกี่ยวกับเกณฑ์การตรวจสอบและการยอมรับชิ้นงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความคลาดเคลื่อนจากการปฏิบัติงานของพนักงานที่อาจทำให้เกิดของเสียจากการตัดผิดขนาด ควบคู่ไปกับการกวดขันมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน
- Optimized Cutting Technology ปรับปรุงและอัปเกรดซอฟต์แวร์คำนวณการจัดวางและตัดแผ่นไม้ (Cutting Optimization) ให้ครอบคลุมงานสั่งตัดทุกรูปแบบ เพื่อคำนวณพื้นที่หน้าไม้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- Wood Waste Upcycling & Biomass ศึกษาแนวทางการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรภายนอกในการบริหารจัดการเศษวัสดุที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำในกระบวนการหลักได้ เช่น เศษไม้ชิ้นเล็ก ฝุ่นไม้ และขี้เลื่อยโดยนำไปส่งต่อเพื่อแปรรูปเป็นพลังงานชีวมวลทดแทนการฝังกลบ และบางส่วนนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งขนาดเล็กเพื่อเพิ่มมูลค่าวัสดุตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน
การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
บริษัทฯ ตระหนักดีว่าห่วงโซ่อุปทานไม้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและพื้นที่ป่าไม้ จึงให้ความสำคัญกับการป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อความหลากหลายทางชีวภาพโดยยึดถือแนวปฏิบัติการจัดหาวัตถุดิบที่ไม่สร้างผลกระทบต่อพื้นที่ป่าธรรมชาติ
แนวทางการดำเนินงาน
- การเลือกใช้ไม้เศรษฐกิจทดแทนไม้ป่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ไม้เศรษฐกิจที่ปลูกทดแทนได้จากการเกษตรภายในประเทศ แทนการพึ่งพาวัดถุดิบจากป่าธรรมชาติ โดยคู่ค้าหลักของบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC Chain-of-Custody (CoC) ซึ่งรับประกันว่าวัตถุดิบมาจากแหล่งที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน
- ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ ดำเนินการคัดกรองคู่ค้าหลักผ่านระบบเอกสารใบอนุญาตและหลักฐานยืนยันแหล่งที่มาของวัตถุดิบอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ ปราศจากการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์
- การจัดการมลพิษเพื่อปกป้องระบบนิเวศ ควบคุมมลพิษจากกระบวนการผลิตผ่านมาตรฐาน ISO 14001 และมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 3 เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของของเสียและสารเคมีสู่สิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่ปฏิบัติการ
ผลการดำเนินงาน
- การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการ "ปลูกป่า บางปู ดูนก" ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เพื่อร่วมฟื้นฟูป่าชายเลน ซึ่งทำหน้าที่เป็นปราการธรรมชาติและแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่มีประสิทธิภาพสูง
- สถานะการรับรองมาตรฐานสากล บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายการจัดซื้อวัตถุดิบไม้แผ่นประกอบ (Panel Board) จากคู่ค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล (FSC/PEFC) ครบถ้วนร้อยละ 100 ซึ่งเป็นการรับประกันความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานการจัดซื้อวัตถุดิบสีเขียวนี้ให้ครอบคลุมร้อยละ 100 อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการยุติการตัดไม้ทำลายป่าตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ความคืบหน้าในการจัดการทรัพยากรเทียบกับเป้าหมาย
บริษัทฯ มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นระบบ เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าเมื่อเทียบกับเป้าหมายระยะยาวที่กำหนดไว้ ดังนี้
1.ความคืบหน้าด้านกระบวนการ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้บรรลุความสำเร็จในการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรในหลายมิติ
- การจัดการพลังงาน ประสบความสำเร็จในการติดตั้งระบบพัดลมยักษ์ (Big Fan) เพิ่มเติมในสายการผลิตงานหุ้ม ซึ่งช่วยลดภาระของระบบปรับอากาศได้ตามแผนงานที่วางไว้
- การสร้างวัฒนธรรมองค์กร แคมเปญ "4ป. Save ค่าไฟ" มีการขยายผลอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมความรับผิดชอบร่วมกันในทุกแผนก
- การเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ พัฒนามาตรฐานการจัดการการขนส่งสินค้าให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น โดยการนำระบบการวางแผนเส้นทางเดินรถที่มีประสิทธิภาพ และการบังคับใช้ มาตรการ Daily Checklist สำหรับรถขนส่ง 100% ก่อนออกปฏิบัติงาน เพื่อควบคุมการใช้เชื้อเพลิง ลดระยะเวลาการเดินรถที่สูญเปล่า และสร้างความมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยตลอดการขนส่ง
2.ความคืบหน้าเชิงปริมาณ ตารางสรุปความก้าวหน้าเทียบกับเป้าหมาย (Base Year 2567)