อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

นโยบายด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัยในการทำงาน

บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  ดำเนินกิจการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์สำนักงานและที่อยู่อาศัย บริษัทฯ ถือว่าระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเจ็บป่วยจากการทำงาน บริษัทฯ จำเป็นจะต้องมีการสื่อสารให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนมีความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม จึงได้กำหนดนโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน ดังนี้

1.บริษัท ฯ จะดำเนินการและพัฒนาระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยตามมาตรฐาน ISO 45001 อย่างต่อเนื่อง

2.บริษัทฯ จะดำเนินการและปฎิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่องค์กรได้ทำข้อตกลงไว้อย่างครบถ้วน

3.บริษัทฯ จะมุ่งมั่นต่อการขจัดอันตรายและลดความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

4.บริษัทฯ จะมุ่งมั่นต่อการจัดเตรียมสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยและสุขลักษณะที่ดี เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับงาน

5.บริษัทฯ จะให้การสนับสนุนทรัพยากรทั้งในเรื่องบุคลากร เวลา งบประมาณ และการฝึกอบรมที่เหมาะสมและเพียงพอ

6.บริษัทฯ จะมุ่งมั่นต่อการให้คำปรึกษาและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานหรือตัวแทนลูกจ้างอย่างเหมาะสม

7.บริษัทฯ จะสนับสนุนส่งเสริมให้มีกิจกรรมความปลอดภัยต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นจิตสำนึกของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วม

ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย

บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่า ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเป็นความรับผิดชอบพื้นฐานของบริษัทฯ จึงได้มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับต่าง ๆ ได้แก่ จป.หัวหน้างาน จป.บริหาร จป.เทคนิค จป.เทคนิคขั้นสูง จป.วิชาชีพ ดูแลเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมุ่งมั่นในการพัฒนาการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายอุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์
SD-Report-2025-ไทย_83.jpgแนวทางการดำเนินงาน

บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อปฏิบัติตามกฎกระทรวงแรงงานว่าด้วยเรื่องกำหนดมาตรฐานในการบริหารและจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ กรรมการฝ่ายนายจ้าง กรรมการฝ่ายลูกจ้าง และเลขานุการ โดยมีรายละเอียดดังนี้

• พิจารณานโยบายและแผนงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งความปลอดภัยนอกงาน เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ การประสบอันตราย การเจ็บป่วยหรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องมาจากการทำงาน หรือความไม่ปลอดภัยในการทำงานเสนอต่อฝ่ายบริหาร

• รายงานและเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางปรับปรุง แก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน และมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานต่อฝ่ายบริหาร เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน ผู้รับเหมา และบุคคลภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงานหรือเข้ามาใช้บริการในสำนักงานของบริษัท

• ส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมด้านความปลอดภัยในการทำงานของบริษัท

• พิจารณาข้อบังคับและคู่มือความปลอดภัย รวมทั้งมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานของบริษัท เสนอต่อฝ่ายบริหาร

• สำรวจการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และตรวจสอบสถิติการประสบอันตรายที่เกิดขึ้น ในสำนักงานของบริษัท อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

• พิจารณาโครงการหรือแผนการฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงโครงการ หรือ แผนการฝึกอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบในด้านความปลอดภัยของพนักงาน หัวหน้างาน ผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับเพื่อเสนอความเห็นต่อฝ่ายบริหาร

• วางระบบการรายงานสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานทุกระดับต้องปฏิบัติ

• ติดตามผลความคืบหน้าเรื่องที่เสนอฝ่ายบริหาร

• รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี รวมทั้งระบุปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ เพื่อเสนอต่อฝ่ายบริหาร

• ประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานของบริษัทฯ

• ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่ฝ่ายบริหารมอบหมาย

ขอบเขตการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
SD-Report-2025-ไทย_89.jpg
*การระบุกระบวนการชี้บ่งอันตราย: บริษัทฯ ใช้กระบวนการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงตามมาตรฐาน ISO 45001:2018 ซึ่งครอบคลุมทุกกิจกรรมภายในทุกหน่วยปฏิบัติงานและทุกกิจกรรมใหม่ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการ โดยมีการทบทวนความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในกระบวนการทำงาน

การกำกับดูแลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

บริษัทฯ กำหนดให้มีการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในระดับคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีโครงสร้าง ดังนี้

·ระดับนโยบายและการกำกับดูแล คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วยกรรมการบริษัท อาทิ นายสุรชัย สนธิระติ และนายพัฒนะ อุษณาจิตต์ เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในการอนุมัตินโยบายและกลั่นกรองเป้าหมายกลยุทธ์ด้านความปลอดภัย

·ระดับการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่กำกับดูแลความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและอุบัติเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

·กลไกการปฏิบัติการและการรายงาน

ระดับปฏิบัติการ: คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานและติดตามผลในระดับสายการผลิตอย่างใกล้ชิด

ระดับบริหาร: ฝ่ายบริหารและคณะทำงานด้านความยั่งยืน ดำเนินการติดตามและทบทวนดัชนีชี้วัดความปลอดภัยที่สำคัญ เช่น อัตราการบาดเจ็บจากการทำงาน - LTIFR อย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือน โดยรวบรวมสรุปผลการดำเนินงานจาก คปอ. เพื่อนำเสนอรายงานเชิงกลยุทธ์ต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการฯ ตามวงรอบการประชุม

วัตถุประสงค์: เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ และสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญได้อย่างทันท่วงที

ตารางสัดส่วนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
SD-Report-2025-ไทย_84.jpg

กิจกรรมรณรงค์ด้านความปลอดภัย

บริษัทฯ ขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัยผ่านกิจกรรม Safety Survey รายเดือน และการสื่อสาร Safety Talk หน้างานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำเทคนิค KYT (Kiken Yochi Training) มาใช้เพื่อวิเคราะห์และพยากรณ์อันตรายล่วงหน้า ช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

 SD-Report-2025-ไทย_85.jpg

การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนด และเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย

บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบประสิทธิภาพระบบความปลอดภัยประจำปีอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมถึงการตรวจสภาพอาคาร ระบบไฟฟ้า ปั๊มน้ำดับเพลิง และอุปกรณ์อพยพหนีไฟ รวมถึงการปรับปรุงป้ายสัญลักษณ์และเส้นทางหนีไฟให้มีความชัดเจนและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

 การติดตั้งระบบระบายความร้อนในพื้นที่การปฏิบัติงาน

บริษัท ฯ เล็งเห็นความสำคัญเกี่ยวกับสภาพการทำงานที่ปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของพนักงานที่ปฏบัติงาน บริษัท ฯ ได้สำรวจสภาพอากาศในพื้นที่การทำงานของสายการผลิตและทำการติดตั้งระบบระบายความร้อนเพื่อลดความร้อนสะสมในพื้นที่ โดยมีผลการดำเนินการ ดังนี้

SD-Report-2025-ไทย_86.jpg
หมายเหตุ
: อุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ “ค่าดัชนีของอุณภูมิ”

TNWB = อุณหภูมิความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ, TDB = อุณหภูมิอากาศโดยรอบ, TGT = รังสีความร้อน

การบริหารจัดการคุณภาพอากาศและเสียง

ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการคุณภาพอากาศและเสียงที่เกิดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพนักงานและชุมชนโดยรอบ บริษัทฯ จึงได้จัดทำแผนการควบคุมและเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและเสียงประจำทุกปี มีแผนการบำรุงรักษา ตลอดทั้งมีการตรวจวัด และติดตามคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนรายงานผลเพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพอากาศและเสียงเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

แนวทางการจัดการคุณภาพอากาศและเสียง
SD-Report-2025-ไทย_87.jpg

การบริหารจัดการรถขนส่งอย่างปลอดภัย

ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย

เนื่องจากบริษัท ฯ มีกระบวนการขนส่งสินค้า โดยมีรถที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของ จึงมีความมุ่งมั่นดำเนินการขนส่งภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ลดความเสี่ยงต่อพนักงาน ผู้ใช้ถนน สินค้า รวมถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ได้มีการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในการขับขี่ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมีเป้าหมาย อุบัติเหตุเป็นศูนย์

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดขึ้น บริษัทฯ ได้จัดทำแผนระงับเหตุกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินด้านการขนส่ง ครอบคลุมทั้งเรื่องการประสบอุบัติเหตุ รถขนส่งเสียระหว่างการทาง และการขาดพนักงานขับรถ และกำหนดให้มีการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมการ

ทั้งนี้ได้มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และอุปกรณ์ฉุกเฉินติดไว้ประจำรถ และจัดอบรมให้พนักงานขับรถมีความรู้ในการใช้อุปกรณ์ รวมถึงมีการเข้าสุ่มตรวจความพร้อมของอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องโดยผู้จัดการที่รับผิดชอบ

 

การมีส่วนร่วมของพนักงาน

องค์กรได้จัดกิจกรรมเพื่อสร้างจิตสำนึกด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และด้านความปลอดภัย แก่พนักงาน

แนวทางการดำเนินการ

· จัดตั้งคณะทำงานด้านการอบรมและประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่กำหนดแผนการอบรม ประชาสัมพันธ์ประจำปี เพื่อให้ความรู้ และสื่อสารให้พนักงานที่ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย ด้านสารเคมี และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการกระตุ้นให้พนักงานเกิดจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม

·จัดกิจกรรมให้พนักงานมีความรู้ และมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น 7R: Green Lifestyle แยกขยะต่อยอดสู่สังคม

·กิจกรรมเสียงตามสายให้ความรู้พนักงานตามวาระต่าง ๆ และพนักงานร่วมตอบคำถามชิงรางวัล

·กิจกรรม Morning Talk เพื่อสร้างความรับรู้และตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย

·กำหนดช่องทางการสื่อสารในการแจ้งมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ให้บริการภายนอกรับทราบ ทั้งผู้ให้บริการด้านวัตถุดิบ ด้านการขนส่ง และการเข้ามาให้บริการด้านต่าง ๆ ภายในองค์กร ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามเจตนารมณ์ขององค์กรที่ตอบสนองนโยบาย รวมถึงทำให้ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นอย่างยั่งยื่น

ช่องทางการสื่อสาร

 SD-Report-2025-ไทย_91.jpg

การเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน

เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมต่อสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น และปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ทางบริษัท ฯ นำโดยหน่วยงานความปลอดภัย ได้จัดทำการให้มีการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟและระงับเหตุกรณีสารเคมีรั่วไหลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง รวมถึงการตรวจสอบสภาพความพร้อมของอุปกรณ์ดับเพลิงและระบบสัญญาณเตือนภัยเป็นประจำทุกเดือน

SD-Report-2025-ไทย_90.jpg

ผลการดำเนินงาน

•      ทำการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อค้นหาสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กำหนดให้มีการตรวจวัดวิเคราะห์และประเมินผลเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายหรือมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ ได้แก่ แสง เสียง ความร้อน ฝุ่น และสารเคมี โดยจัดทำรายงานข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อการควบคุมป้องกัน โดยหลังการตรวจวัดแล้วจะต้องแก้ไขปรับปรุงให้ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายกำหนด และไม่มีการร้องเรียนจากชุมชนรอบข้าง

•      ป้องกันจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตราย การได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน เป็นเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่มีแผนไว้ล่วงหน้าหรือไม่มีเจตนาที่จะทำให้เกิดขึ้น ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลาย ๆ อย่างรวมกัน ทั้งต่อคน ทรัพย์สิน จึงมีการป้องกันจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เหตุอันตราย รวมถึงการแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำขึ้นอีกเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์

 SD-Report-2025-ไทย_92.jpg
หมายเหตุ:

1.อ้างอิงค่าเฉลี่ยสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานของกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องเรือน ประจำปี 2568 โดยกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน (คำนวณและปรับฐานค่าสถิติจากอัตราต่อลูกจ้าง 1,000 ราย เป็นอัตราต่อหนึ่งล้านชั่วโมงทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล)

2.อัตราความถี่การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) คำนวณตามสูตร: (จำนวนครั้งของอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน x 1,000,000) ÷ จำนวนชั่วโมงการทำงานรวมทั้งหมดของพนักงาน โดยครอบคลุมขอบเขตเฉพาะพนักงานในพื้นที่โรงงานบางพลี และไม่รวมเหตุการณ์ระหว่างการเดินทางไป-กลับจากการทำงาน
3.ข้อมูลปี 2566-2568 ได้ปรับปรุงขอบเขตรายงานให้ครอบคลุมพนักงานทั่วทั้งองค์กร (Restated Data)

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานและแนวทางแก้ไขเชิงรุก

บริษัทฯ ยึดมั่นในหลักความโปร่งใสในการเปิดเผยสถิติด้านความปลอดภัยตามความเป็นจริง จากตารางข้างต้น อัตราความถี่การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) ในปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 5.35 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมในประเทศ บริษัทฯ ได้ดำเนินการวิเคราะห์สาเหตุรากเหง้า (Root Cause Analysis) และพบข้อเท็จจริงสำคัญ ดังนี้

  • ผลกระทบจากการรวมฐานปฏิบัติงาน ในปี 2568 แม้จำนวนบุคลากรรวมจะลดลงเหลือ 1,085 คน จากการบริหารจัดการอัตรากำลังพล แต่เนื่องจากมีการควบรวมและย้ายไลน์การผลิตหลักมาที่โรงงานบางพลี ส่งผลให้ความหนาแน่นของปริมาณชิ้นงานและการจัดวางเลย์เอาต์ในพื้นที่จัดเตรียมและคลังสินค้ามีความกระชั้นชิดขึ้น พนักงานเดิมต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมและเส้นทางสัญจรใหม่ ส่งผลให้เกิดอุบัติการณ์จากวัสดุมีคม และอัตราการบาดเจ็บจากการยกย้ายชิ้นงานผิดท่าทางปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับสัดส่วนชั่วโมงทำงานรวมที่ลดลง
  • ช่องว่างด้านพฤติกรรมความปลอดภัย ผลการสอบสวนอุบัติการณ์พบช่องว่างสำคัญระหว่างความรู้และการปฏิบัติ โดยพนักงานมีความรู้ความเข้าใจในข้อบังคับและความปลอดภัยเป็นอย่างดี แต่ภายใต้สภาวะหน้างานที่ต้องเร่งรัดการส่งมอบผลิตภัณฑ์หลังการควบรวมไลน์ผลิต ส่งผลให้ความตระหนักรู้เชิงพฤติกรรมลดหย่อนลงในบางขณะ และนำไปสู่อุบัติเหตุในที่สุด

 ตารางสรุปอุบัติการณ์จากการทำงานที่มีนัยสำคัญ และแนวทางแก้ไขรายกรณี ประจําปี 2568
SD-Report-2025-ไทย_93.jpg
หมายเหตุการจัดระดับความรุนแรง: อ้างอิงเกณฑ์การประเมินภายในของหน่วยงานความปลอดภัย โดยพิจารณาจากจำนวนวันหยุดงานหรือค่ารักษาพยาบาลที่สูงที่สุดเป็นเกณฑ์ (ระดับปานกลาง: หยุดงาน 4-15 วัน หรือค่ารักษา 10,001-30,000 บาท / ระดับร้ายแรง: หยุดงาน >15 วัน หรือค่ารักษา >30,000 บาท)

 

สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

โมเดอร์นฟอร์มเชื่อว่าสุขภาพที่ดีคือรากฐานของประสิทธิภาพในการทำงาน บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพพนักงานทั้งในเชิงรับและเชิงรุก เพื่อลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยและสร้างพลังในการทำงานอย่างยั่งยืน ตามมาตรฐาน GRI 403-3 และ 403-6

  1. มาตรการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
  • Annual Health Check-up ในปี 2568 มีพนักงานเข้าร่วมการตรวจสุขภาพประจำปีสูงถึง 82% โดยบริษัทฯ ได้ร่วมกับสถานพยาบาลชั้นนำในการวิเคราะห์กลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพื่อให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพรายบุคคล
  • Immunity Support จัดบริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ให้แก่พนักงานกลุ่มเสี่ยงและบุคลากรในสายการผลิต เพื่อลดอัตราการลาป่วยและสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในที่ทำงาน
SD-Report-2025-ไทย_94.jpg
  1. การยกระดับสภาพแวดล้อมตามหลักสรีรศาสตร์และอาชีวอนามัย
  • Well-being Workspace (Happy Soul & Relax) บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาพื้นที่ Breakout Areas ในสายการผลิต (เริ่มดำเนินการใน Q4/2568) เพื่อลดความเมื่อยล้าจากการปฏิบัติงานในช่วงพักเบรก พร้อมสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนสุขภาพจิตที่ดีและเพิ่มสมาธิในการทำงาน
  • Access to Clean Drinking Water (Hygiene & Well-being): บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสุขอนามัยขั้นพื้นฐานและการเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดของพนักงาน
  • การติดตั้งระบบน้ำดื่มมาตรฐาน จัดตั้งจุดบริการน้ำดื่มสะอาดโดยใช้ตู้กดน้ำระบบกรองมาตรฐานภายในพื้นที่สำนักงานใหญ่เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีในที่ทำงาน
  • Maintenance & Care มีกำหนดการบำรุงรักษาและดูแลความสะอาดของตัวเครื่องและระบบกรองตามรอบมาตรฐานผู้ผลิตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจในความสะอาดของน้ำดื่มทุกแก้ว
  • Plastic Reduction Initiative สนับสนุนให้พนักงานนำกระบอกน้ำส่วนตัวมาเติมน้ำดื่ม เพื่อลดปริมาณการใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งภายในองค์กร
See More
แชร์