อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย นโยบายด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัยในการทำงาน บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินกิจการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์สำนักงานและที่อยู่อาศัย บริษัทฯ ถือว่าระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเจ็บป่วยจากการทำงาน บริษัทฯ จำเป็นจะต้องมีการสื่อสารให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนมีความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม จึงได้กำหนดนโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน ดังนี้ 1.บริษัท ฯ จะดำเนินการและพัฒนาระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยตามมาตรฐาน ISO 45001 อย่างต่อเนื่อง 2.บริษัทฯ จะดำเนินการและปฎิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่องค์กรได้ทำข้อตกลงไว้อย่างครบถ้วน 3.บริษัทฯ จะมุ่งมั่นต่อการขจัดอันตรายและลดความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในองค์กรอย่างต่อเนื่อง 4.บริษัทฯ จะมุ่งมั่นต่อการจัดเตรียมสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยและสุขลักษณะที่ดี เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับงาน 5.บริษัทฯ จะให้การสนับสนุนทรัพยากรทั้งในเรื่องบุคลากร เวลา งบประมาณ และการฝึกอบรมที่เหมาะสมและเพียงพอ 6.บริษัทฯ จะมุ่งมั่นต่อการให้คำปรึกษาและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานหรือตัวแทนลูกจ้างอย่างเหมาะสม 7.บริษัทฯ จะสนับสนุนส่งเสริมให้มีกิจกรรมความปลอดภัยต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นจิตสำนึกของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วม ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่า ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเป็นความรับผิดชอบพื้นฐานของบริษัทฯ จึงได้มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับต่าง ๆ ได้แก่ จป.หัวหน้างาน จป.บริหาร จป.เทคนิค จป.เทคนิคขั้นสูง จป.วิชาชีพ ดูแลเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมุ่งมั่นในการพัฒนาการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายอุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์ บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อปฏิบัติตามกฎกระทรวงแรงงานว่าด้วยเรื่องกำหนดมาตรฐานในการบริหารและจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ กรรมการฝ่ายนายจ้าง กรรมการฝ่ายลูกจ้าง และเลขานุการ โดยมีรายละเอียดดังนี้ • พิจารณานโยบายและแผนงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งความปลอดภัยนอกงาน เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ การประสบอันตราย การเจ็บป่วยหรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องมาจากการทำงาน หรือความไม่ปลอดภัยในการทำงานเสนอต่อฝ่ายบริหาร • รายงานและเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางปรับปรุง แก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน และมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานต่อฝ่ายบริหาร เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน ผู้รับเหมา และบุคคลภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงานหรือเข้ามาใช้บริการในสำนักงานของบริษัท • ส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมด้านความปลอดภัยในการทำงานของบริษัท • พิจารณาข้อบังคับและคู่มือความปลอดภัย รวมทั้งมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานของบริษัท เสนอต่อฝ่ายบริหาร • สำรวจการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และตรวจสอบสถิติการประสบอันตรายที่เกิดขึ้น ในสำนักงานของบริษัท อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง • พิจารณาโครงการหรือแผนการฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงโครงการ หรือ แผนการฝึกอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบในด้านความปลอดภัยของพนักงาน หัวหน้างาน ผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับเพื่อเสนอความเห็นต่อฝ่ายบริหาร • วางระบบการรายงานสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานทุกระดับต้องปฏิบัติ • ติดตามผลความคืบหน้าเรื่องที่เสนอฝ่ายบริหาร • รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี รวมทั้งระบุปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ เพื่อเสนอต่อฝ่ายบริหาร • ประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานของบริษัทฯ • ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่ฝ่ายบริหารมอบหมาย ขอบเขตการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การกำกับดูแลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย บริษัทฯ กำหนดให้มีการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในระดับคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีโครงสร้าง ดังนี้ ·ระดับนโยบายและการกำกับดูแล คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วยกรรมการบริษัท อาทิ นายสุรชัย สนธิระติ และนายพัฒนะ อุษณาจิตต์ เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในการอนุมัตินโยบายและกลั่นกรองเป้าหมายกลยุทธ์ด้านความปลอดภัย ·ระดับการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่กำกับดูแลความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและอุบัติเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ·กลไกการปฏิบัติการและการรายงาน ระดับปฏิบัติการ: คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานและติดตามผลในระดับสายการผลิตอย่างใกล้ชิด ระดับบริหาร: ฝ่ายบริหารและคณะทำงานด้านความยั่งยืน ดำเนินการติดตามและทบทวนดัชนีชี้วัดความปลอดภัยที่สำคัญ เช่น อัตราการบาดเจ็บจากการทำงาน - LTIFR อย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือน โดยรวบรวมสรุปผลการดำเนินงานจาก คปอ. เพื่อนำเสนอรายงานเชิงกลยุทธ์ต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการฯ ตามวงรอบการประชุม วัตถุประสงค์: เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ และสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญได้อย่างทันท่วงที ตารางสัดส่วนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย กิจกรรมรณรงค์ด้านความปลอดภัย บริษัทฯ ขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัยผ่านกิจกรรม Safety Survey รายเดือน และการสื่อสาร Safety Talk หน้างานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำเทคนิค KYT (Kiken Yochi Training) มาใช้เพื่อวิเคราะห์และพยากรณ์อันตรายล่วงหน้า ช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรม การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนด และเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบประสิทธิภาพระบบความปลอดภัยประจำปีอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมถึงการตรวจสภาพอาคาร ระบบไฟฟ้า ปั๊มน้ำดับเพลิง และอุปกรณ์อพยพหนีไฟ รวมถึงการปรับปรุงป้ายสัญลักษณ์และเส้นทางหนีไฟให้มีความชัดเจนและเป็นไปตามมาตรฐานสากล การติดตั้งระบบระบายความร้อนในพื้นที่การปฏิบัติงาน บริษัท ฯ เล็งเห็นความสำคัญเกี่ยวกับสภาพการทำงานที่ปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของพนักงานที่ปฏบัติงาน บริษัท ฯ ได้สำรวจสภาพอากาศในพื้นที่การทำงานของสายการผลิตและทำการติดตั้งระบบระบายความร้อนเพื่อลดความร้อนสะสมในพื้นที่ โดยมีผลการดำเนินการ ดังนี้
TNWB = อุณหภูมิความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ, TDB = อุณหภูมิอากาศโดยรอบ, TGT = รังสีความร้อน | |||||||
การบริหารจัดการคุณภาพอากาศและเสียง ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการคุณภาพอากาศและเสียงที่เกิดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพนักงานและชุมชนโดยรอบ บริษัทฯ จึงได้จัดทำแผนการควบคุมและเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและเสียงประจำทุกปี มีแผนการบำรุงรักษา ตลอดทั้งมีการตรวจวัด และติดตามคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนรายงานผลเพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพอากาศและเสียงเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด แนวทางการจัดการคุณภาพอากาศและเสียง การบริหารจัดการรถขนส่งอย่างปลอดภัย ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย เนื่องจากบริษัท ฯ มีกระบวนการขนส่งสินค้า โดยมีรถที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของ จึงมีความมุ่งมั่นดำเนินการขนส่งภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ลดความเสี่ยงต่อพนักงาน ผู้ใช้ถนน สินค้า รวมถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ได้มีการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในการขับขี่ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมีเป้าหมาย อุบัติเหตุเป็นศูนย์ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดขึ้น บริษัทฯ ได้จัดทำแผนระงับเหตุกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินด้านการขนส่ง ครอบคลุมทั้งเรื่องการประสบอุบัติเหตุ รถขนส่งเสียระหว่างการทาง และการขาดพนักงานขับรถ และกำหนดให้มีการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมการ ทั้งนี้ได้มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และอุปกรณ์ฉุกเฉินติดไว้ประจำรถ และจัดอบรมให้พนักงานขับรถมีความรู้ในการใช้อุปกรณ์ รวมถึงมีการเข้าสุ่มตรวจความพร้อมของอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องโดยผู้จัดการที่รับผิดชอบ
การมีส่วนร่วมของพนักงาน องค์กรได้จัดกิจกรรมเพื่อสร้างจิตสำนึกด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และด้านความปลอดภัย แก่พนักงาน แนวทางการดำเนินการ · จัดตั้งคณะทำงานด้านการอบรมและประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่กำหนดแผนการอบรม ประชาสัมพันธ์ประจำปี เพื่อให้ความรู้ และสื่อสารให้พนักงานที่ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย ด้านสารเคมี และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการกระตุ้นให้พนักงานเกิดจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ·จัดกิจกรรมให้พนักงานมีความรู้ และมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น 7R: Green Lifestyle แยกขยะต่อยอดสู่สังคม ·กิจกรรมเสียงตามสายให้ความรู้พนักงานตามวาระต่าง ๆ และพนักงานร่วมตอบคำถามชิงรางวัล ·กิจกรรม Morning Talk เพื่อสร้างความรับรู้และตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย ·กำหนดช่องทางการสื่อสารในการแจ้งมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ให้บริการภายนอกรับทราบ ทั้งผู้ให้บริการด้านวัตถุดิบ ด้านการขนส่ง และการเข้ามาให้บริการด้านต่าง ๆ ภายในองค์กร ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามเจตนารมณ์ขององค์กรที่ตอบสนองนโยบาย รวมถึงทำให้ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นอย่างยั่งยื่น ช่องทางการสื่อสาร | |||||||
การเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมต่อสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น และปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ทางบริษัท ฯ นำโดยหน่วยงานความปลอดภัย ได้จัดทำการให้มีการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟและระงับเหตุกรณีสารเคมีรั่วไหลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง รวมถึงการตรวจสอบสภาพความพร้อมของอุปกรณ์ดับเพลิงและระบบสัญญาณเตือนภัยเป็นประจำทุกเดือน
ผลการดำเนินงาน • ทำการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อค้นหาสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กำหนดให้มีการตรวจวัดวิเคราะห์และประเมินผลเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายหรือมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ ได้แก่ แสง เสียง ความร้อน ฝุ่น และสารเคมี โดยจัดทำรายงานข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อการควบคุมป้องกัน โดยหลังการตรวจวัดแล้วจะต้องแก้ไขปรับปรุงให้ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายกำหนด และไม่มีการร้องเรียนจากชุมชนรอบข้าง • ป้องกันจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตราย การได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน เป็นเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่มีแผนไว้ล่วงหน้าหรือไม่มีเจตนาที่จะทำให้เกิดขึ้น ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลาย ๆ อย่างรวมกัน ทั้งต่อคน ทรัพย์สิน จึงมีการป้องกันจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เหตุอันตราย รวมถึงการแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำขึ้นอีกเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ |
2.อัตราความถี่การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) คำนวณตามสูตร: (จำนวนครั้งของอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน x 1,000,000) ÷ จำนวนชั่วโมงการทำงานรวมทั้งหมดของพนักงาน โดยครอบคลุมขอบเขตเฉพาะพนักงานในพื้นที่โรงงานบางพลี และไม่รวมเหตุการณ์ระหว่างการเดินทางไป-กลับจากการทำงาน
3.ข้อมูลปี 2566-2568 ได้ปรับปรุงขอบเขตรายงานให้ครอบคลุมพนักงานทั่วทั้งองค์กร (Restated Data)
การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานและแนวทางแก้ไขเชิงรุก
บริษัทฯ ยึดมั่นในหลักความโปร่งใสในการเปิดเผยสถิติด้านความปลอดภัยตามความเป็นจริง จากตารางข้างต้น อัตราความถี่การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) ในปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 5.35 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมในประเทศ บริษัทฯ ได้ดำเนินการวิเคราะห์สาเหตุรากเหง้า (Root Cause Analysis) และพบข้อเท็จจริงสำคัญ ดังนี้
- ผลกระทบจากการรวมฐานปฏิบัติงาน ในปี 2568 แม้จำนวนบุคลากรรวมจะลดลงเหลือ 1,085 คน จากการบริหารจัดการอัตรากำลังพล แต่เนื่องจากมีการควบรวมและย้ายไลน์การผลิตหลักมาที่โรงงานบางพลี ส่งผลให้ความหนาแน่นของปริมาณชิ้นงานและการจัดวางเลย์เอาต์ในพื้นที่จัดเตรียมและคลังสินค้ามีความกระชั้นชิดขึ้น พนักงานเดิมต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมและเส้นทางสัญจรใหม่ ส่งผลให้เกิดอุบัติการณ์จากวัสดุมีคม และอัตราการบาดเจ็บจากการยกย้ายชิ้นงานผิดท่าทางปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับสัดส่วนชั่วโมงทำงานรวมที่ลดลง
- ช่องว่างด้านพฤติกรรมความปลอดภัย ผลการสอบสวนอุบัติการณ์พบช่องว่างสำคัญระหว่างความรู้และการปฏิบัติ โดยพนักงานมีความรู้ความเข้าใจในข้อบังคับและความปลอดภัยเป็นอย่างดี แต่ภายใต้สภาวะหน้างานที่ต้องเร่งรัดการส่งมอบผลิตภัณฑ์หลังการควบรวมไลน์ผลิต ส่งผลให้ความตระหนักรู้เชิงพฤติกรรมลดหย่อนลงในบางขณะ และนำไปสู่อุบัติเหตุในที่สุด
ตารางสรุปอุบัติการณ์จากการทำงานที่มีนัยสำคัญ และแนวทางแก้ไขรายกรณี ประจําปี 2568
หมายเหตุการจัดระดับความรุนแรง: อ้างอิงเกณฑ์การประเมินภายในของหน่วยงานความปลอดภัย โดยพิจารณาจากจำนวนวันหยุดงานหรือค่ารักษาพยาบาลที่สูงที่สุดเป็นเกณฑ์ (ระดับปานกลาง: หยุดงาน 4-15 วัน หรือค่ารักษา 10,001-30,000 บาท / ระดับร้ายแรง: หยุดงาน >15 วัน หรือค่ารักษา >30,000 บาท)
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
โมเดอร์นฟอร์มเชื่อว่าสุขภาพที่ดีคือรากฐานของประสิทธิภาพในการทำงาน บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพพนักงานทั้งในเชิงรับและเชิงรุก เพื่อลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยและสร้างพลังในการทำงานอย่างยั่งยืน ตามมาตรฐาน GRI 403-3 และ 403-6
- มาตรการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
- Annual Health Check-up ในปี 2568 มีพนักงานเข้าร่วมการตรวจสุขภาพประจำปีสูงถึง 82% โดยบริษัทฯ ได้ร่วมกับสถานพยาบาลชั้นนำในการวิเคราะห์กลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพื่อให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพรายบุคคล
- Immunity Support จัดบริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ให้แก่พนักงานกลุ่มเสี่ยงและบุคลากรในสายการผลิต เพื่อลดอัตราการลาป่วยและสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในที่ทำงาน

- การยกระดับสภาพแวดล้อมตามหลักสรีรศาสตร์และอาชีวอนามัย
- Well-being Workspace (Happy Soul & Relax) บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาพื้นที่ Breakout Areas ในสายการผลิต (เริ่มดำเนินการใน Q4/2568) เพื่อลดความเมื่อยล้าจากการปฏิบัติงานในช่วงพักเบรก พร้อมสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนสุขภาพจิตที่ดีและเพิ่มสมาธิในการทำงาน
- Access to Clean Drinking Water (Hygiene & Well-being): บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสุขอนามัยขั้นพื้นฐานและการเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดของพนักงาน
- การติดตั้งระบบน้ำดื่มมาตรฐาน จัดตั้งจุดบริการน้ำดื่มสะอาดโดยใช้ตู้กดน้ำระบบกรองมาตรฐานภายในพื้นที่สำนักงานใหญ่เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีในที่ทำงาน
- Maintenance & Care มีกำหนดการบำรุงรักษาและดูแลความสะอาดของตัวเครื่องและระบบกรองตามรอบมาตรฐานผู้ผลิตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจในความสะอาดของน้ำดื่มทุกแก้ว
- Plastic Reduction Initiative สนับสนุนให้พนักงานนำกระบอกน้ำส่วนตัวมาเติมน้ำดื่ม เพื่อลดปริมาณการใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งภายในองค์กร
แนวทางการดำเนินงาน






